เคล็ดไม่ลับ ของครีมกันแดดทาหน้า

Facial Sunscreen Suncream เคล็ดไม่ลับครีมกันแดดหน้า

 

ครีมกันแดดทาหน้า เป็นสกินแคร์ที่จำเป็นสำหรับผิวหน้าในทุกวัน เพราะว่า ครีมกันแดดหน้า นั้นจะช่วยเราป้องกันผิวจากแสงแดด แสง UV ที่จะมาทำร้ายผิวหน้าของเรา ไม่เพียงเท่านั้นครีมกันแดดทาหน้าที่ดีจะปกป้องเราจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรกับผิวและมลภาวะรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง ฝุ่น PM2.5  ควันไอเสียต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลเสียกับผิวหน้าของเราโดยตรง

 

แม้ว่าเราจะอยู่กลางแจ้งหรือในร่ม ก็ไม่สามารถหลีกหนีการทำร้ายผิวจากรังสีต่างๆได้พ้น ไม่ว่าจะเป็น รังสียูวี UVA หรือ UVB ก็ตาม ไหนจะแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของเราอีกด้วย ถึงแม้ว่าเราจะ WFH อยู่แต่ในบ้าน ครีมกันแดดทาหน้า ก็ยังถือเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องใช้ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปกป้องผิวของเราจากรังสีต่างๆ นั่นเอง

 

Facial Sunscreen เคล็ดไม่ลับ ของครีมกันแดดทาหน้า

 

ครีมกันแดดคืออะไร ทำไมเราต้องใช้

ครีมกันแดด คือ สกินแคร์สำคัญที่ดีที่สุดในการปกป้องผิวของเรา ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าหรือผิวกาย เพื่อปกป้องผิวหนังจากรังสี UV ที่มาจากแสงแดดซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆมากมาย ทั้งหน้าหมองคล้ำ หน้ามัน มีสิวอุดตัน ผิวไม่กระจ่างใส มีริ้วรอย มีจุดด่างดำ  อีกทั้งยังทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนัง ทำให้สีผิวคล้ำ ไม่สม่ำเสมอ เหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากแสงแดดทำร้ายผิวทั้งสิ้น   ดังนั้นการทาครีมกันแดดจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของทุกคน

ถ้าหากว่าเราไม่ใช้ครีมกันแดด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้แสงรังสีต่างๆทำร้ายทำลายผิวพรรณของเราได้  ส่งผลให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวหน้าดูหมองคล้ำ ไม่มีชีวิตชีวา  นอกจากนี้แสงแดดยังทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ผิวเหี่ยวย่นและแก่ก่อนวัยได้อีกด้วย  เพราะรังสียูวีในแสงแดด เป็นตัวการสำคัญ ที่ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวของเรา ให้เสื่อมสภาพลง ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย ไม่กระชับและไม่ยืดหยุ่นได้ง่ายนั่นเอง

 

วิธีเลือกครีมกันแดดทาหน้า

วิธีเลือกครีมกันแดดทาหน้า ที่ถูกต้องนั้นควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวของเราเป็นสำคัณ  เมื่อเรารู้แล้วว่าเรามีสภาพผิวเป็นประเภทไหนก็จะทำให้เลือกใช้ครีมกันแดดประเภทไหนได้ง่าย  ลำดับต่อมาก็ต้องพิจารณาที่ ประเภทของครีมกันแดด  เพื่อเลือกประเภทให้เหมาะกับผิวของเราด้วย โดยครีมกันแดดหน้า แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

ประเภทแรกที่เราจะพูดถึงก็คือ Chemical Sunscreen ซึ่งเป็นครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของสารเคมี ทำหน้าที่ปกป้องแสงแดด โดยการดูดซับรังสีเข้าไว้ในผิว ซึ่งหลังจากโดนแสงแดดสักพัก สารเคมีเหล่านี้ก็เสื่อมสภาพ ทำให้เราต้องทาครีมกันแดดทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ ที่มีส่วนผสมของสารเคมีเยอะ ๆ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังโดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่าย

ต่อมาคือ Physical Sunscreen เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสาร ที่สามารถสะท้อนรังสี UVA และ UVB ออกไปจากผิวหนัง ซึ่งกลุ่มนี้จะไม่ค่อยระคายเคืองต่อผิวหนังเท่ากลุ่มแรก แต่มีข้อเสียของครีมกันแดดหน้าประเภทนี้ก็คือ เมื่อทาลงบนผิวหนังแล้วจะมีสีขาว เพราะว่ามีสารที่เคลือบบนผิวหนังชั้นบน เพื่อรอให้แสงกระทบ จึงมีการดูดซึมสู่ผิวน้อย

และสุดท้ายคือแบบผสม Chemical-Physical Sunscreen คือ ครีมกันแดดประเภทที่ลดการระคายเคืองต่อผิวหนังจากสารเคมี และลดความขาวเมื่อทาครีม  แถมยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดร่วมกันอีกด้วย

 

Facial Sunscreen เคล็ดไม่ลับ

 

ครีมกันแดดหน้า ควรใช้ตอนไหน ทำยังไงให้ติดทน

เราควรใช้ ครีมกันแดดทาหน้า เป็นประจำสม่ำเสมอ ควรใช้ทุกเช้าและอาจจะเติมระหว่างวันได้ เพื่อให้ครีมกันแดดหน้าทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น  การใช้ครีมกันแดดให้ติดทนนั้นขึ้นอยู่กับขั้นตอนที่เราเลือก ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี ควรเลือกเป็นสูตรกันน้ำ และ ครีมกันแดดคุมมัน ด้วยจะยิ่งดี  การเลือกใช้ครีมกันแดดให้ติดทนนานนั้นไม่ง่ายไม่เหมือนกับใช้เมคอัพแต่งหน้าที่ใช้แค่ไพร์เมอร์ก็สามารถทำให้หน้าสวยเป๊ะปังได้ตลอดทั้งวัน 

ครีมกันแดดหน้าจะติดทนหรือไม่ทนนั้น ขึ้นอยู่กับว่าครีมกันแดดตัวนั้นมีค่า SPF เท่าไหร่ ซึ่ง SPF นี้จะสามารถบอกเราได้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้สามารถป้องกันแสดง UVB ได้มากเท่าไหร่  SPF 1 เท่ากับป้องกันแดดได้นานประมาณ 15 นาที ลองสังเกตดูว่าครีมกันแดดที่คุณใช้มีค่า SPF เท่าไหร่ สมมุตว่าครีมกันแดดของคุณมีค่า SPF 30 คุณก็เอา 30X15 = 450 นาที หรือ 7.5 ชั่วโมงนั่นเอง กันแดดจะติดทนและอยู่ได้ตามที่คำนวณหรือไม่นั้นอยู่ที่กิจวัตรประจำวันของคุณด้วย ถ้าเกิดว่าคุณออกแดดหรืออยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ ก็ควรจะเติมครีมกันแดดทุก 2-3 ชั่วโมง  แต่ถ้าคุณนั่งอยู่ในออฟฟิศไม่ค่อยได้ออกแดด หรือโดนแดดน้อยมาก ๆ ก็สามารถเติมครีมกันแดดเมื่อครบชั่วโมงตามที่คำนวณไว้ได้เลย

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *