ไขข้อข้องใจ! “คลีนซิ่งออย” กับ “คลีนเซอร์” คืออะไรกันแน่?

คลีนซิ่งออย

คลีนเซอร์และคลีนซิ่ง เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้ เพื่อกำจัดคราบความมัน เครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกต่าง ให้สะอาดลึกถึงรูขุมขนและลดการอุดตันจนทำให้เกิดสิว

วันนี้แอดมินจะมาไขข้อข้องใจว่าเจ้าสองผลิตภัณฑ์นี้คืออะไรกันแน่ และมีวิธีการใช้อย่างไร? เพื่อให้ผิวหน้าสะอาด สวยใส และให้ทุกคนได้เข้าใจในการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าทั้งสองตัวนี้มากขึ้นนั่นเอง 

ความหมายของ คลีนซิ่ง (cleansing) และ คลีนเซอร์ (cleanser)

คลีนซิ่งออย  คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับลบเครื่องสำอาง ครีมกันแดด คราบน้ำมันส่วนเกิน และสิ่งสกปรกต่าง ที่ไม่สามารถลบออกได้ด้วยน้ำหรือโฟมล้างหน้าได้ เพื่อไม่ให้คราบเหล่านั้นหลงเหลือเข้าไปอุดตันในรูขุมขนจนเกิดการอักเสบจนเป็นสิวอักเสบ และ สิวหัวหนองในที่สุด ในการใช้ คลีนซิ่งออย ต้องระวังในเรื่องของการแพ้จากสารระคายเคือง เช่น น้ำมัน แอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ผิวหน้าระคายเคืองและเกิดสิวได้   

Cleanser คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดผิวหน้า หรือที่เรียกกันว่า โฟมล้างหน้า นั่นเอง โดยจะทำความสะอาดสิ่งสกปรกและคราบความมันที่ตกค้างอยู่ในรูขุมขนเป็นหลัก ทำให้ผิวหน้าสะอาด ไม่เป็นสิว ซึ่งตัว cleanser จะมีหลายแบบมาก เช่น แบบโฟม เจล สบู่ เป็นต้น ในการใช้ cleanser ต้องระวังในเรื่องของการแพ้จากสารระคายเคืองต่าง เช่น พาราเบน น้ำหอม แอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งสารเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้และเกิดสิวได้

ผิวสวยด้วยคลีนเซอร์

การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าทั้งสองตัวนี้

วิธีการใช้ cleansing

สำหรับคลีนซิ่งสูตรน้ำที่เป็นที่นิยมแบบสุด เพราะใช้ง่ายและทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง มีวิธีการใช้คือ

  • หยดคลีนซิ่งลงบนสำลี ให้พอเปียกแบบพอเหมาะ ไม่มากไปหรือน้อยไป
  • จากนั้นใช้สำลีที่มีคลีนซิ่งอยู่เช็ดลงบนใบหน้าและลำคอให้ทั่วจนคราบเครื่องสำอางหลุดออกไปหมด

ซึ่งขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนแรกในการทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อให้ผิวหน้าสะอาดและไม่เกิดการอุดตันในรูขุมขน โดยคลีนซิ่งจะทำการกำจัดคราบต่าง ที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยน้ำเปล่าหรือโฟมล้างหน้าได้อย่างหมดจด คลีนซิ่งก็จะช่วยเช็ดคราบเหล่านั้นให้ออกไปจากผิวหน้าได้ ไม่อุดตันอยู่ในรูขุมขน

คลีนซิ่งออย

วิธีการใช้ cleanser

  • ใช้น้ำเปล่าลูบผิวหน้าก่อน เพื่อให้ผิวหน้าเปียก ซึ่งถ้าใช้เป็นน้ำอุ่นก็จะช่วยในการเปิดรูขุมขนได้มากขึ้นและเราก็จะได้ทำความสะอาดรูขุมขนได้สะอาดมากขึ้น
  • จากนั้นเราก็ใช้ คลีนเซอร์ ทำความสะอาดให้ทั่วใบหน้าและลำคอ โดยระหว่างการล้างหน้าให้ทำการนวดผิวหน้าไปด้วยเป็นเวลาประมาณ 2 นาที เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีมากขึ้น ทำให้ผิวหน้าดูมีสุขภาพดี
  • แล้วใช้น้ำเปล่าล้างโฟมล้างหน้าออกให้หมด
  • และใช้น้ำเย็นล้างหน้าเป็นขั้นสุดท้าย เพื่อปิดรูขุมขน
  • ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ซับน้ำบนหน้าให้แห้ง เพียงเท่านี้ก็เสร็จขั้นตอนทำความสะอาดผิวหน้าแล้วค่ะ

โฟมล้างหน้า

เคล็ดลับในการทำความสะอาดผิวหน้า

1. ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไป

ล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้งก็พอ เพราะถ้าเราทำความสะอาดผิวหน้าบ่อยมากเกินไปอาจทำให้ผิวหน้าของเราแห้งและขาดความชุ่มชื้น

อีกทั้งยังทำให้ผิวหน้ามีความมันเพิ่มมากขึ้นอีก เนื่องจากผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะทำให้ต่อมไขมันถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันออกมาที่ผิวหน้ามากขึ้นเพื่อชดเชยความชุ่มชื้นที่สูญเสียไป

2. สำหรับผิวมันและเป็นสิวง่าย

ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่มีตัวช่วยในการกำจัดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว เพื่อป้องกันการเกิดสิวที่มาจากแบคทีเรีย P. acne

3. หลีกเลี่ยงที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

เพราะจะทำให้ผิวหน้าแห้งและขาดความชุ่มชื้น รวมถึงสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอื่น ด้วย เช่น พาราเบน น้ำหอม เป็นต้น เนื่องจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอาจทำให้ผิวเกิดการอักเสบ บวมแดง เป็นผดผื่น เป็นสิวได้

 

4. ควรผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกจากผิวเป็นประจำ

เพื่อป้องกันเกิดการอุดตันในรูขุมขนและป้องกันการเกิดสิว การผลัดเซลล์ผิวทำได้หลายวิธี เช่น การใช้คลีนซิ่งและคลีนเซอร์ที่มีตัวช่วยในการผลัดเซลล์ผิว การสครับ มาสก์ผิว เป็นต้น

5. การเปิดเปิดรูขุมขน

เพื่อทำความสะอาดรูขุมขนให้สะอาดได้ด้วยการใช้น้ำอุ่นล้างผิวหน้า หรือ ใช้ผ้าขนหนูจุ่มน้ำอุ่นแล้วนำมาคลุมไว้บนใบหน้าประมาณ 2 นาที น้ำอุ่นจะช่วยเปิดรูขุมขนได้

6. เมื่อเราทำการเปิดรูขุมขนแล้ว ก็อย่าลืมปิดรูขุมขนด้วย

เพื่อไม่ให้คราบความมันและสิ่งสกปรกเข้าไปในรูขุมขนอีก โดยทำการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น หรือ ใช้ผ้าขนหนูจุ่มน้ำเย็นแล้วคลุมบนใบหน้าประมาณ 2 นาที เท่านี้รูขุมขนก็จะค่อย ปิดลง

ผ้าขนหนูซับหน้า

7. หลังการทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จแล้ว

ให้ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ซับน้ำบนผิวหน้าให้แห้งอย่างเบามือ ห้ามถู ขัด หรือเช็ดหน้าแรง ด้วยผ้าขนหนูเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้ผิวอักเสบ เป็นสิว รูขุมขนกว้าง และเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ อีกทั้งการใช้ผ้าเช็ดหน้าที่มีเนื้อผ้าหยาบเกินไปอาจทำให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคืองได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบและการเกิดสิว 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า