สิ่งที่คุณต้องรู้ เกี่ยวกับสิว

เกี่ยวกับสิว

ปัญหาสิว เป็นปัญหาผิวพรรณแบบเรื้อรังที่คอยก่อกวนจิตใจเรามาตลอด พบบ่อยมากเป็นอันดับต้นๆ ของปัญหาโรคผิวหนังทั้งหมด สิวมักเกิดในช่วงวัยรุ่น แต่บางครั้งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วก็ยังพบปัญหาสิวเกิดขึ้นได้ ลักษณะที่บ่งบอกว่าเรากำลังเป็นสิวคือ อาการเป็นเม็ดตุ่มสิวอุดตันที่เรียกกันว่า หัวสิว  (Comedones) ถ้าเป็นเม็ดนูนเล็กไม่มีรูเปิดออกจะเรียกว่าสิวหัวขาว ถ้ามีรูเปิดที่ผิวหนังมองเห็นเป็นจุดดำอยู่ตรงกลางเรียกสิวหัวดำ  

ปัญหาสิวสามารถเกิดขึ้นบนผิวหนังได้หลายส่วนในร่างกาย แต่ที่สร้างความวิตกกังวลมากก็คือ สิวบนใบหน้า ซึ่งเป็นบริเวณที่พบบ่อยมากที่สุด สาเหตุการเกิดที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ ฮอร์โมนเพศ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ต่อมไขมันโตเต็มที่ผลิตน้ำมันมากขึ้น ท่อของต่อมไขมันจะหนาตัวขึ้นมีการอุดตัน จนน้ำมันระบายออกไม่ได้จึงคั่งค้างอยู่ภายใน เมื่อเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในบริเวณนี้เกิดการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นมาย่อยสลายไขมันนี้ ทำให้เกิดการระคายเคือง  และท่อต่อมไขมันแตกออก ส่งผลให้กรดไขมันออกสู่บริเวณข้างเคียงเกิดเป็นสิวอักเสบขึ้น ความรุนแรงของสิวแต่ละคนจะแตกต่างกันไป บางรายเป็นมากบางรายเป็นน้อย นอกจากนี้ปัญหาสิวอาจขึ้นได้ในช่วงที่มีความเครียด ช่วงภาวะอดนอน หรือในผู้หญิงช่วงใกล้มีประจำเดือน

สิวอักเสบ สาเหตุเกิดจากอะไร

เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิวกันก่อน

ก่อนที่เราจะลงลึกถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับสิว เราควรเข้าใจก่อนว่า สิว คืออะไร

สิว (Acne) คือโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไขมันภายใต้ผิวหนัง โดยต่อมไขมันนี้จะผลิตน้ำมันออกมาตามธรรมชาติมากเกินไป จนทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนในผิว กลายเป็นตุ่มเล็กๆสีขาวด้านใน และถ้าหากมีแบคทีเรียอยู่ในบริเวณนั้นมากเกินไปก็จะทำให้เกิดสิวเพิ่มจำนวนมากขึ้น และกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด โดยมากสิวมักเกิดขึ้นในบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัวส่วนบน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่อยู่อย่างหนาแน่น

ประเภทของสิว

ประเภทของสิว การรักษา ต่างมีแนวทางการรักษาแตกต่างออกไป ตามลักษณะดังนี้

1. สิวหัวดำ (Blackheads)

เป็นสิวอุดตันแบบหัวเปิด จัดเป็นสิวประเภทไม่อักเสบ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีดำเม็ดเล็กๆ มีรูเปิดออกจนเห็นหัวสิว และมองเห็นจุดสีดำอยู่บริเวณตรงกลางสิว ซึ่งจุดสีดำของหัวสิวนี้ไม่ได้เกิดจากสิ่งสกปรก แต่เกิดจากรูขุมขนอุดตันจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วและน้ำมัน (Sebum) ที่อยู่บนผิวหน้าของเราทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ (Oxidation) เปลี่ยนไขมันเป็นสีดำ จึงทำให้หัวสิวกลายเป็นสีดำนั่นเอง สิวหัวดำนี้มักจะพบบริเวณทีโซน คือ หน้าผาก จมูก และคาง

2. สิวหัวขาว (Whiteheads)

เป็นสิวอุดตันหัวปิด จัดเป็นสิวประเภทไม่อักเสบ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีขาวอยู่ภายใต้ผิวหนัง สิวยังไม่มีรูเปิด จึงทำให้เกิดการดันผิวจนนูนขึ้นมา เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเหมือนมีก้อนเล็กๆใต้ผิว บีบออกยาก เพราะมีรากสิวลึก สิวประเภทนี้หากปล่อยไว้นานจะขยายขนาดขึ้น สามารถพัฒนาเป็นสิวอักเสบสิวหนองที่มีขนาดใหญ่ได้ สาเหตุของการเกิดสิวหัวขาวส่วนใหญ่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย และการอุดตันของผิวจากการใช้เครื่องสำอาง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ

3. สิวเสี้ยน สิวอุดตัน (Comedone)

คือสิวขนาดเล็กที่เป็นตุ่มอุดตันใต้ผิวหนัง เป็นสิวประเภทไม่อักเสบ  มักพบมากในบริเวณหน้าผากและคาง สิวอุดตันเกิดจากการอุดตันของเซลล์เยื่อบุผิวหนังที่ตายแล้ว และไขมันที่มีการผลิตออกมามากเกินไปจากต่อมไขมันใต้ผิวหนัง โดยการอุดตันจะเกิดภายในรูขุมขนใต้ผิวหนัง และปรากฏออกมาเป็นสิวอุดตันในลักษณะต่างๆ โดยปกติสิวอุดตัน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามลักษณะของหัวสิว ได้แก่ สิวหัวขาว และ สิวหัวดำ

4. สิวอักเสบตุ่มนูนแดง (Pupules)

เป็นสิวประเภทสิวอักเสบ ที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงขนาดเล็ก ไม่มีหัวสิว เป็นตุ่มแดงกดเจ็บ ส่วนใหญ่สิวประเภทนี้จะเป็นสิวอุดตันขนาดเล็กในระยะแรกแต่พัฒนาต่อเป็นสิวอักเสบในระยะต่อมา โดยมีสาเหตุการเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย P.acne มาอุดตันรูขุมขน ระบบภูมิคุ้มกันของผิวหนังจึงพยายามสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวขึ้นมาเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียนี้ ทำให้เกิดการอักเสบ และบวมแดงขึ้นมา จนกลายเป็นสิวอักเสบขึ้น

ประเภทสิว

5. สิวอักเสบตุ่มหนอง (Pustule)

เป็นสิวประเภทสิวอักเสบ จะมีลักษณะเป็นตุ่มบวมแดง กดเจ็บ เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนจนผิวบวม เกิดเป็นตุ่มหัวหนองสีเหลืองขึ้นในที่สุด และอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวประเภทนี้ก็คือการติดเชื้อของรูขุมขน โดยตุ่มสิวจะมีลักษณะเป็นตุ่มหนองบวมแดง และไวต่อการสัมผัส

6. สิวหัวช้าง (Nodules)

เป็นสิวประเภทสิวอักเสบชนิดรุนแรง มีลักษณะตุ่มแข็งสีแดงขนาดใหญ่ เป็นสิวที่ไม่มีหัว อักเสบอยู่ใต้ผิวหนัง มีอาการเจ็บปวดมากเมื่อสัมผัส เกิดขึ้นได้จากการที่เชื้อแบคทีเรีย P.acne เข้าไปอยู่ในรูขุมขนที่มีเซลล์ผิวที่ตายแล้วผนวกกับความมันบนผิว ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงใต้ผิวหนังเป็นบริเวณกว้าง หรืออาจเกิดจากการกดบีบสิวอักเสบประเภท Papule แล้วทำให้เชื้อแบคทีเรียและความมันในตุ่มสิวแตกกระจายออกอยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดสิวอักเสบบวมแดงมากยิ่งขึ้นเกิดเป็นสิวประเภท Nodules ขึ้น

7. ซีสต์ (Cysts)

เป็นสิวประเภทสิวอักเสบที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่เป็นประเภทที่รุนแรงและเป็นอันตรายมากที่สุด  ซีสต์จะเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่อาจมีขนาดใหญ่หลายเซนติเมตร ทำให้เกิดอาการบวมแดงและเจ็บปวดมาก  เกิดจากการติดเชื้อและพัฒนาของสิวขั้นรุนแรง เกิดการอักเสบเป็นถุงที่ภายในมีของเหลวข้นหนืดสีเหลืองเต็มไปด้วยหนองปนเลือด  สิวประเภทนี้แม้ว่าจะรักษาจนยุบหายแล้ว ก็อาจจะกลายเป็นแผลเป็นนูนหรือแผลเป็นหลุมสิวขนาดใหญ่ได้

สิวเสี้ยน

สิว เกิดจากอะไร

ปัญหาสิวสามารถเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย ทั้งจากปัจจัยภายนอกร่างกายและปัจจัยภายในร่างกาย สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย P. acne กระตุ้นให้รูขุมขนบริเวณที่จะเป็นสิวมีการสร้างเคราตินที่ผิดปกติ   เกิดการสะสมของเคราตินมีลักษณะคล้ายขี้ไคลม้วนอยู่ในรูขุมขน ทำให้เกิดการอุดตันที่บริเวณรูขุมขนนั้นมากขึ้น กลายเป็นเม็ดสิวและสิวอักเสบได้  สำหรับสาเหตุของการเกิดสิวนั้นมีหลากหลายสาเหตุที่ไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งอาจเกิดได้จากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ผิวหน้าผลิตน้ำมันมาก

เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ร่างกายของเราจะมีการผลิตฮอร์โมนมากขึ้น ระดับฮอร์โมนที่เพิ่มมากขึ้นนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้นและผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น  ดังนั้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นผิวหนังบริเวณใบหน้าและหนังศีรษะจะมีความมันมากขึ้น   ความมันบนผิวหน้าประกอบกับเชื้อแบคทีเรีย P. acne จะเพิ่มมากขึ้นในรูขุมขนบริเวณที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิวได้

  • รูขุมขนอุดตัน รูขุมขนอักเสบ

เมื่อมีการผลิตฮอร์โมนเสียสมดุลและภูมิต้านทานที่ลดลงเพราะการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ผิวเกาะตัวหนาขึ้น เกิดการอุดตันของรูขุมขน เมื่อรวมตัวกับเชื้อแบคทีเรียก่อให้เกิดรูขุมขนอักเสบ กลายเป็นสิวได้

  • แบคทีเรีย

การก่อตัวของเชื้อแบคทีเรีย จากสภาพอากาศร้อนชื้น ประกอบกับสิ่งแวดล้อมฝุ่นควันมลภาวะ และการทำความสะอาดผิวหน้าที่ไม่ถูกวิธี  มีผลต่อการเพิ่มความมันบนใบหน้า ทำให้เชื้อ P.acne เจริญเติบโตมากขึ้น เกิดการอักเสบเป็นสิวขึ้นมาได้

  • ร่างกายผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจนมากเกินไป

สาเหตุอีกอย่างหนึ่งของสิวนั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งมักจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงวัยรุ่น ฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนังบริเวณรูเปิดของรูขุมขนและกระตุ้นต่อมไขมันให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน  นอกจากนี้ฮอร์โมนแอนโดรเจนยังทำให้ต่อมไขมันทำงานหลั่งน้ำมันออกมาสู่ท่อรูขุมขนมากขึ้น รูขุมขนพองบวมขึ้นเกิดเป็นสิวอุดตัน และเมื่อรูขุมขนอุดตันร่วมกับมีสารไขมันในท่อรูขุมขนเพิ่มมากขึ้น จะกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียที่กินสารไขมันเป็นอาหารเพิ่มมากขึ้นในรูขุมขน เกิดกระบวนการอักเสบและเป็นสิวอักเสบตามมา

วิธีหลีกเลี่ยงการเกิดสิว

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดสิว

  • อายุ

ปัญหาสิวเป็นปัญหาผิวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกเพศทุกวัย แต่ก็มักพบได้มากที่สุดจะเป็นในช่วงวัยรุ่น ซึ่งก็คือ วัยที่มีอายุตั้งแต่ 13 – 25 ปี  เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่กำลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ร่างกายกำลังเจริญเติบโต รวมทั้งฮอร์โมนในร่างกายจะเจริญเติบโตเร็วกว่าปกติ ก่อให้เกิดปัญหาสิวขึ้นได้ ในลักษณะเป็นการอักเสบของต่อมไขมันและรูขุมขน

  • ฮอร์โมน   

โดยปกติระบบฮอร์โมนเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เลยทำให้เกิดสิวในวัยรุ่นตามมา เพราะฮอร์โมนเพศจะเริ่มทำงานและมีส่วนกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ก่อให้เกิดการอุดตันเป็นหัวสิวและสิวอักเสบ  ในเพศหญิงอิทธิพลจากฮอร์โมนจะชัดเจน ทำให้ผู้หญิงเริ่มเป็นสิวเร็วกว่าในผู้ชายและมีลักษณะที่สัมพันธ์กับระยะรอบเดือน สำหรับในเพศชายนั้น แม้จะเป็นสิวช้ากว่าเพศหญิง แต่จากฮอร์โมนเพศชายจะทำให้เพศชายมีสิวที่รุนแรงกว่าเพศหญิง 

  • พันธุกรรม

การเกิดสิวได้ง่ายหรือยากนั้นเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดกันได้ทางพันธุกรรม กล่าวคือผู้ที่มีคุณพ่อคุณแม่ที่มีผิวมัน เป็นสิวง่าย เมื่อเข้าช่วงวัยรุ่นมักมีแนวโน้มที่จะมีผิวมันและเป็นสิวง่ายได้เช่นกัน

  • ความเครียด 

ความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้นได้  ความครียดจึงเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวตามมาได้  

  • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน  

ผลิตภัณฑ์ที่มีมีน้ำมันเป็นส่วนผสมจะเป็นการเพิ่มความมันเยิ้มให้กับผิวหน้า เมื่อความมันบนผิวหน้ามากกกว่าปกติก็จะทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้มาก มีโอกาสเกิดการอุดตันสูงขึ้น

  • การบีบสิว หรือกดสิว  

พฤติกรรมการใช้มือแคะแกะเกาหรือบีบสิวนั้นเป็นพฤติกรรมที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของสิวมากยิ่งขึ้น  การกดสิวเองอย่างไม่ถูกวิธีจะก่อให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงขึ้น และยังทำให้รอยแผลเป็นจากสิว รอยแดงหรือรอยดำมีสีเข้มขึ้น

สิววัยผู้ใหญ่

  • เครื่องสำอาง  

การใช้เครื่องสำอางหรือเมคอัพบางอย่างอาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวได้  เพราะหากเครื่องสำอางที่ใช้ตกค้างอยู่ที่ผิว จะทำให้เกิดการอุดตันของผิวหนัง และทำให้เกิดสิวขึ้นมาได้  ดังนั้นการแต่งหน้าที่มากเกินไปหรือบ่อยครั้งเกินไป ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสการอุดตันและการอักเสบของสิวได้

  • อาหาร 

การรับประทานอาหารก็มีส่วนที่จะกระตุ้นในเกิดผิวหน้ามันมากยิ่งขึ้น เช่น อาหารจำพวกของทอด อาหารไขมันสูง  อาหารที่ทำจากนม  น้ำตาลและของหวาน  แป้งสาลี เป็นต้น การบริโภคอาหารประเภทนี้ในปริมาณที่มากเกินไปจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ต่อมไขมันใต้ผิวของเราทำงานหนักมากขึ้น ผลิตน้ำมันออกมาตามผิวมากขึ้นกว่าเดิม  และก่อให้เกิดปัญหาสิวตามมา

 

วิธีป้องกันสิว

  • วิธีป้องกันสิวสำหรับผิวมัน

สำหรับผู้ที่มีผิวมันมักจะประสบปัญหาหลัก ก็คือ ถ้าปล่อยให้หน้ามันเมื่อไหร่ จะมีสิ่งสกปรกมาอุดตัน และจะเกิดเป็นสิวตามมานั้นเอง  จึงทำให้ปัญหาหน้ามันและปัญหาสิวเป็นของคู่กันแทบจะแยกไม่ออกจากกัน สังเกตได้จากคนรูขุมขนกว้างมักจะมีผิวหน้ามัน และคนที่มีผิวหน้ามันมักจะเป็นสิวได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่มีผิวมันจำเป็นต้องดูแลผิวอย่างพิถีพิถันเอาใจใส่อย่างมาก สำหรับวิธีการดูแลรักษาและป้องกันสิวสำหรับผู้ที่มีผิวมันจะเน้นหนักไปที่การควบคุมความมันบนใบหน้าให้ลดน้อยลง เช่น 

    • การล้างทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี ไม่บ่อยครั้งเกินไป
    • การเลือกใช้โฟมล้างหน้าสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ
    • การเลือกใช้ครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดที่เป็นสูตร Oil-free และ Alcohol-free
    • การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่จะกระตุ้นให้หน้ามันมากยิ่งขึ้น 

เป็นต้น 

เหล่านี้ล้วนเป็นวิธีช่วยป้องกันการเกิดสิวได้สำหรับผู้ที่มีผิวมัน

  • วิธีป้องกันสิวสำหรับผิวแพ้ง่าย

สาเหตุการเกิดสิวสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ส่วนใหญ่แล้วมักจะมาจากฮอร์โมนในร่างกายที่แปรปรวนทำให้ผิวบอบางระคายเคืองง่าย ประกอบกับความสะอาดของผิวหน้าและพฤติกรรมการชอบบีบหรือแกะสิวบ่อยๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นวิธีป้องกันจึงควรเน้นไปที่การรักษาความสะอาดของผิวอย่างพิถีพิถัน เพราะผิวแพ้ง่ายจะบอบบางมากกว่าผิวประเภทอื่นๆ  การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ก็ต้องเลือกสกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่าย และบอบบางโดยเฉพาะ   การดูแลรักษาความสะอาดของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น โทรศัพท์มือถือ ผ้าเช็ดหน้า ฯลฯ ก็เป็นสิ่งสำคัญ   การหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัดและอาหารที่มีไขมันสูงก็มีส่วนช่วยให้ผิวแพ้ง่ายห่างไกลสิวได้  รวมทั้งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือเครื่องสำอางใหม่ เราควรทำการทดสอบการแพ้ก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ อาการระคายเคืองหรือเกิดสิวเห่อขึ้นมาได้

  • วิธีป้องกันสิวสำหรับผิวผสม

สำหรับวิธีป้องกันสิวสำหรับผิวผสมนั้นควรที่จะเน้นไปที่การดูแลสภาพผิวทั้งสองประเภท โดยเราจะต้องเพิ่มความชุ่มชื้นให้บริเวณที่แห้งของใบหน้าซึ่งก็คือบริเวณรอบดวงตาและแก้ม  และพยายามลดน้ำมันส่วนเกินในบริเวณที่มัน ซึ่งก็คือบริเวณหน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปากและคาง ดังนั้นแทนที่จะดูแลผิวหน้าทั้งใบหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ชนิดเดียว เราจะต้องดูแลผิวเฉพาะจุดแตกต่างกันไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวบริเวณนั้น โดยผิวในบริเวณ T-zone ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท Oil-free และเนื้อผลิตภัณฑ์บางเบา  และถ้าผิวที่แก้มของเรามีแนวโน้มว่าจะแห้งและระคายเคือง ให้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือมอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นแค่บริเวณนั้น  

นอกจากนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก็มีความสำคัญ จะต้องคำนึงถึงความอ่อนโยนกับผิวผสม เพื่อป้องกันทั้งปัญหาผิวแห้งตึงระคายเคือง และปัญหาผิวมันเยิ้ม

ผิวผสม

  • วิธีป้องกันสิวสำหรับผิวแห้ง

ผู้ที่มีผิวแห้งจะมีลักษณะผิวแห้งกร้านมองเห็นร่องริ้วของผิวหากมีผิวแห้งมากจะมีอาการคันผิวแห้งตึงเกิดอาการระคายเคืองซึ่งการระคายเคืองนี้จะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดสิวขึ้นได้ ดังนี้วิธีป้องกันก็คือพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้งระคายเคือง เช่น

    • การล้างหน้าหรืออาบน้ำร้อนจัด
    • การใช้สบู่หรือสารทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไป 
    • ไม่ควรขัดผิวหน้าบ่อยจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งกร้าน
    • และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเต็มเติมความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ 

โดยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ควรเน้นให้ความชุ่มชื้น ไม่ผสมน้ำหอมหรือสารเคมีที่อาจทำให้ผิวมีการระคายเคือง เช่น Paraben-free, Alcohol-free  เป็นต้น

วิธีรักษาสิว

  • วิธีรักษาสิวในวัยรุ่น

โดยปกติแล้วการรักษาสิวในวัยรุ่นจะมีแนวทางหลักก็คือ

    • การรักษาความสะอาดและมีวินัยในการรักษาสุขลักษณะส่วนบุคคลที่ดี 
    • การหมั่นทำความสะอาดผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผมอย่างสม่ำเสมอ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม 
    • หากเป็นสิวก็ไม่ควรแกะหรือบีบสิว เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้นได้ 
    • รวมถึงควรหลี่กเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลในการกระตุ้นการเกิดสิว เช่น การโดนฝุ่นละอองมลภาวะ การตากแดดนานๆ หรืออยู่ที่ร้อนอบอ้าวนานๆ 
    • นอกจากนี้ควรพยายามลดความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดสิวได้ 

นอกจากนี้หากเป็นสิวมากขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้  ควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี

  • วิธีรักษาสิววัยผู้ใหญ่

สิวในวัยผู้ใหญ่มักเกิดจากหลายสาเหตุเช่น

    • การประสบภาวะความเครียดมากเกินไป
    • การตั้งครรภ์
    • การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด
    • การรับประทานยาบางชนิดที่ส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายมีความผันผวนส่งผลกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันส่วนเกินและนำไปสู่การเกิดสิว

นอกจากนี้การใช้เครื่องสำอางที่ไม่ถูกต้องก็เป็นสาเหตุให้รูขุมขนอุดตันเกิดเป็นสิวได้ด้วย

ดังนั้นวิธีการรักษาสิววัยผู้ใหญ่จึงควรเน้นไปที่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สำหรับดูแลผิวที่ช่วยบรรเทาการอุดตันของรูขุมขนเป็นหลัก รวมทั้งการรักษาความสะอาดของผิวหน้าอยู่เสมอ  แต่หากเป็นปัญหาสิวที่เกิดจากการรับประทานยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยรักษาได้อย่างถูกต้อง

สกินแคร์ผิวกระจ่างใส

  • วิธีรักษาสิวสำหรับผิวแพ้ง่าย

วิธีรักษาสิวสำหรับผิวแพ้ง่ายก็คือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่เหมาะกับการรักษาสิวโดยเฉพาะ ช่วยลดการผลิตน้ำมันใต้ผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวออกเพื่อลดการอุดตัน รูขุมขน บรรเทาการอักเสบและการสะสมเชื้อแบคทีเรียในรูขุมขนให้น้อยลง และที่สำคัญต้องมั่นใจด้วยว่าผลิตภัณฑ์นั้นอ่อนโยนเหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย และไม่ออกฤทธิ์รุนแรงจนทำให้ปัญหาสิวยิ่งแย่ลงอีกด้วย

  • วิธีรักษาสิวสำหรับผิวมัน

ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีปัญหาสิว มักจะมีปัญหาผิวหน้ามันร่วมด้วย และเกิดการอุดตันเกิดเป็นสิวอุดตันได้ง่าย  ดังนั้นวิธีรักษาหลักของผู้ที่เป็นสิวและผิวมันก็คือ

    • จะต้องควบคุมความมันของใบหน้าไปจนถึงความมันในรูขุมขนให้น้อยลง
    • รักษาความสะอาดของผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ

ที่สำคัญการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพิ่มความมัน ควรเลือกเป็นประเภท Oil-free และช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ด้วย

  • วิธีรักษาสิวสำหรับผิวผสม

การเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับการรักษาสิวสำหรับผิวผสมนั้นค่อนข้างยาก เพราะเราต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวมันและผิวแห้งในใบหน้าเดียวกัน  ดังนั้นวิธีรักษาหลักของผู้ที่เป็นสิวและผิวมันก็คือ 

    • การปรับสมดุลอย่างอ่อนโยนของผิวทั้งสองบริเวณให้ใกล้เคียงกัน 
    • ผู้ที่มีผิวผสมจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิวที่ช่วยรักษาสมดุลของผิวและอ่อนโยนกับทุกสภาพผิวไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวแห้ง
    • และช่วยลดความมันส่วนเกินในรูขุมขนกับผิวมัน
  • วิธีรักษาสิวสำหรับผิวแห้ง

โดยปกติแล้วการเป็นสิวมักจะเกิดขึ้นได้ง่ายกับผู้ที่มีผิวมัน แต่ในผู้ที่มีผิวแห้งก็สามารถมีโอกาสเกิดสิวได้เช่นกัน ดังนั้นวิธีการรักษาสิวสำหรับผิวแห้ง จึงควรมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์เติมน้ำให้ผิวหน้า หรือ ความชุ่มชื่น และกักเก็บน้ำให้ผิว แต่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันและช่วยบรรเทาการอักเสบของสิวได้

วิธีรักษาสิว

วิธีรักษารอยแผลเป็นจากสิว

  • รอยดำจากสิว

รอยดำจากสิวนั้นเกิดจากการอักเสบที่ใต้ชั้นผิวหนังในช่วงเวลาที่เป็นสิวโดยร่างกายจะมีการหลั่งสารอักเสบออกมาที่ใต้ผิวหนังส่งผลให้มีการผลิตเม็ดสีเมลานินเป็นจำนวนมากในบริเวณที่เกิดการอักเสบเกิดเป็นรอยดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอการอักเสบนี้อาจเกิดจากพฤติกรรมการแกะสิวบีบสิวทำให้ผิวหนังบริเวณที่เป็นสิวเกิดการบวมแดงและอักเสบมากขึ้นด้วยโดยปกติแล้วรอยดำจากสิวจะจางลงได้เองตามธรรมชาติแต่จะใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความเข้มของรอยสิวของแต่ละคน ซึ่งการลดอาการอักเสบในช่วงที่กำลังเกิดสิวจะช่วยให้สามารถรักษารอยสิวได้ง่ายและไวขึ้นด้วย สำหรับวิธีการรักษารอยดำจากสิวบนใบหน้าสามารถทำได้โดยการทำทรีทเม้นต์ลอกผิวหน้าด้วยกรดผลไม้ (AHA Treatment) , การรักษาด้วยเลเซอร์ และการใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์สำหรับรักษารอยดำจากสิวโดยเฉพาะ

  • หลุมสิว

หลุมสิวเป็นปัญหารอยแผลเป็นจากสิวชนิดที่รักษายากมากที่สุด หากเทียบกับปัญหารอยแผลเป็นประเภทอื่นๆ วิธีรักษาหลุมสิวให้ได้ผลดีระยะยาว แบบไม่ทำร้ายผิว หรือเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด อาจต้องใช้เวลานานมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความลึกและชนิดของหลุมสิว เพราะการรักษาหลุมสิวต้องให้คอลลาเจนที่หายไปจากการถูกทำร้ายลึกในชั้นผิว ถูกสร้างเซลล์ขึ้นใหม่มาทดแทน การรักษาหลุมสิวจึงต้องมีการกระตุ้นเพื่อเรียกคอลลาเจนให้เนื้อเยื่อกลับขึ้นมา หลุมสิวนั้นจึงดูตื้นขึ้นและผิวกลับมาเรียบเนียนในที่สุด

  • รอยแดง

โดยปกติรอยแดงจากสิวเกิดจากสิวอุดตันและสิวอักเสบที่ยุบหรือถูกบีบออกอย่างรุนแรงจนผิวเกิดความเสียหายระคายเคืองและเกิดอาการอักเสบขึ้น นอกจากนี้รอยแดงจากสิวยังสามารถเกิดจากการที่ผิวหน้าและผิวบริเวณที่เป็นสิวโดนแสงแดดรังสียูวีโดยไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดในการป้องกันที่ดีพอ สำหรับการรักษารอยแดงในขณะที่เป็นสิวอยู่ ควรรักษาโดยใช้ยาทาหรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการอักเสบของสิวเฉพาะจุดแต่ถ้าเป็นรอยแดงที่ยังคงอยู่เมื่อสิวหายแล้ว จะต้องรักษาด้วยการใช้เลเซอร์ลดความแดงจึงจะได้ผลดีกว่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *