สิวหาย แผลเป็นไม่หาย! วิธีรักษา รอย แผลเป็น สิว

รักษา รอย แผลเป็น สิว

วิธี รักษา รอย แผลเป็น สิว

รอยแผลที่เกิดจากสิว มักเป็นปัญหากวนใจสำหรับใครหลายๆ คน เพราะเมื่อเกิดเป็นรอยแผลเป็นบนใบหน้าแล้วมักจะถูกสังเกตเห็นได้ง่าย และเป็นปัญหาที่รักษาได้ยากเกิดแล้วเกิดอีก เป็นปัญหาที่ไม่รู้จักจบสิ้น ซึ่งการลด รอย แผลเป็น สิว มีอยู่หลายวิธีให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น การดูแลเองโดยธรรมชาติ การดูแลด้วยสารเคมี  หรือการดูแลกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยการจัดการกับรอยแผลเป็นจากสิวแต่ละแบบจะมีระยะเวลา และวิธีรักษา รอย แผลเป็น สิวที่ต่างกันออกไป แต่มีจุดประสงค์เดียวกันคือ การทำให้รอยแผลเป็นจางลง หรือหายไปนั่นเอง

 

การรักษาโดยสูตรธรรมชาติ

การดูแลรอยแผลเป็นโดยวิธีธรรมชาติ เป็นวิธีที่ง่าย ราคาไม่แพงและเป็นวิธีที่ใช้สืบทอดกันมานานหลายยุคหลายสมัยแล้ว วิธีนี้เราสามารถหาสมุนไพรที่มีสรรพคุณรดูแลผิวพรรณและรอยแผลเป็นจากสิวได้ไม่ยากนัก นับได้ว่าเป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายอีกด้วย  ซึ่งสมุนไพรที่สามารถใช้ในการดูแลได้มีดังนี้

มะนาว แผลเป็น

  • มะนาว

เป็นสมุนไพรที่หาได้ง่าย อุดมไปด้วยวิตามินซี ทำให้สามารถช่วยฟื้นฟูผิวและดูแลรอยแผลเป็นสิวได้ ด้วยสรรพคุณที่ช่วยฟอกสีให้จางลงและผลัดเซลล์ผิวได้ ดังนั้นจึงสามารถใช้กับรอยดำจากสิวได้ดี  วิธีการก็คือนำน้ำมะนาวทาให้ทั่วบริเวณแผลเป็น แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพียงทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยให้แผลเป็นค่อยจางหายไปได้

  • น้ำผึ้ง

เป็นผลผลิตจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ ทำให้หลายคนนำไปทำมาส์กหน้าเพื่อให้หน้ามีความชุ่มชื่นมากขึ้น นอกจากนี้น้ำผึ้งยังช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ผิวเรียบเนียน ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวสดใส และช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นได้ วิธีการคือเราสามารถใช้น้ำผึ้งทาบริเวณบนรอยแผลเป็นประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นประจำ จะช่วยให้รอยดำและรอยแผลเป็นจางลงได้

  • ว่านหางจระเข้

เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการช่วยลบรอยแผลเป็นจากสิว  ยับยั้งการอักเสบ ช่วยทำให้ผิวนุ่มลื่น วิธีการก็คือใช้ส่วนเนื้อวุ้นของใบว่านหางจระเข้ทาบริเวณรอยแผลเป็น ทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สามารถทาได้เป็นประจำ วันละหลายครั้งได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อผิว จะช่วยให้รอยแผลเป็นจางลงและยังช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองอาการแสบร้อนของผิว รวมทั้งยังทำให้ผิวชุ่มชื้นได้อีกด้วย

  • น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล หรือ Apple Cider Vinegar 

เป็นผลผลิตที่ได้จากธรรมชาติที่มีสรรพคุณยับยั้งการติดเชื้อที่ทำให้เกิดสิว ช่วยรักษาสมดุล pH ของผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกอย่างอ่อนโยน  ขจัดสิ่งสกปรกอุดตัน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่

  • น้ำมันจากต้นชา หรือ Tea Tree Oil

มีสรรพคุณช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ลดการอักเสบและลดการเกิดสิว รวมทั้งช่วยลดเลือนรอยดำรอยแดงจากสิวได้

การดูแล แผลเป็นจากสิว โดยผลิตภัณฑ์สกินแคร์

ในปัจจุบันมีแบรนด์สกินแคร์มากมายที่ช่วยดูแลรอยแผลเป็นให้เลือกใช้  มีตั้งแต่แบบเนื้อครีม เนื้อเจล เนื้อมาส์ก วิธีการดูแลโดยผลิตภัณฑ์สกินแคร์เป็นวิธีที่ง่ายเนื่องจากสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป และวิธีการใช้ที่ง่ายไม่ต้องเสียเวลามากและอาจจะใช้ระยะเวลาน้อยกว่าการดูแลโดยวิธีธรรมชาติ ทำให้ผู้ที่ประสบปัญหารอยแผลเป็นจำนวนมากนิยมซื้อผลิตภัณฑ์ลบรอยแผลเป็นมาใช้ เช่น

Serum

  • เซรั่ม วิตามินซี 

วิตามินซีช่วยปรับสีผิวให้เรียบเนียนได้และช่วยลดเลือนจุดด่างดำ รอยดำ รอยแดง และแผลเป็นจากสิวได้ อีกทั้งยังสามารถรักษาสิว ให้สิวอักเสบยุบตัวลงได้ด้วยค่ะ วิตามินซีมีทั้งในผลไม้รสเปรี้ยวอย่าง ส้ม มะนาว มะเขือเทศ เป็นต้น หรืออาจใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซีก็สามารถช่วยลดรอยสิวได้เช่นกันค่ะ

  • วิตามินอี 

วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ จึงสามารถช่วยลดรอยแผลเป็น รอยสิวได้ค่ะ อีกทั้งยังช่วยให้ผิวเด้งใส ชุ่มชื้นไม่แห้งตึงได้อีกด้วยค่ะ วิตามินอีมีอยู่ในอาหารหลายอย่าง เช่น อัลมอนด์ กีวี มะเขือเทศ เป็นต้นค่ะ หรืออาจใช้ครีมรักษารอยสิวหรือครีมบำรุงผิวที่มีวิตามินอีก็ได้ค่ะ

  • กรด AHA 

AHA เป็นกรดผลไม้ธรรมชาติที่ช่วยในการลดรอยสิว แผลเป็นจากสิว และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี โดยจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออก แล้วกระตุ้นการผลิตเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมา ทำให้ผิวขาวขึ้นและมีสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาสิว ช่วยปรับผิวให้สว่างเสมอกัน ผิวเรียบเนียนได้อีกด้วย

  • มาสก์ 

มาสก์ นอกจากจะให้ความชุ่มชื้น ความขาวใส และความสดชื่นแล้ว มาสก์ยังช่วยลดรอยสิว รอยดำ รอยแดง จุดด่างดำ และรอยแผลเป็นของสิวด้วย เพราะในมาสก์มีสารสกัดช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว จึงช่วยลดรอยต่างๆ จากสิวและเพิ่มความกระจ่างใสได้ค่ะ 

  • สครับ 

สครับมีหลายแบบให้เลือกใช้มากๆ เลยค่ะ ทั้งสครับจากธรรมชาติ เช่น สครับกากกาแฟ กากน้ำตาล หรืออาจจะเป็นสครับพร้อมใช้ เช่น สครับในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ทั้งหมดเลยค่ะ สครับช่วยขัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกไป ทำให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส และช่วยเปิดรูขุมขนให้ครีมบำรุงต่างๆ ซึมซับเข้าสู่ผิวไร้เร็วและดีมากขึ้นค่ะ จึงช่วยลดลดรอยดำ รอยแดงจากสิวได้ค่ะ 

  • โฟมล้างหน้า ลดรอยสิว 

โฟมล้างหน้าส่วนใหญ่จะสามารถช่วยลดรอยสิวได้ค่ะ เนื่องจากโฟมล้างหน้าหลายตัวจะมีส่วนผสมในการขจัดเซลล์ผิวเก่า ช่วยให้ผิวเรียบเนียน สว่างกระจ่างใสขึ้น และยังช่วยในการต้านแบคทีเรีย ลดความมัน ลดรอยดำ รอยแดงจากสิวได้ค่ะ 

  • มอยเจอร์ไรเซอร์ 

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่และเพิ่มการผลิตคอลลาเจนมากขึ้น จึงช่วยในการลดรอยสิวต่างๆ ให้เรียบเนียน ลดจุดด่างดำและริ้วรอยต่างๆ ให้ผิวใสเด้ง ฉ่ำน้ำมากขึ้นค่ะ อีกทั้งยังให้ความชุ่มชื้นกับผิวและทำให้ผิวอิ่มน้ำ มีสุขภาพดีได้อีกด้วย 

  • ครีมลดรอยสิว 

ครีมและเซรั่มหลายตัวที่ช่วยลดรอยสิว จุดด่างดำ และแผลเป็นจากสิวได้ค่ะ ซึ่งในครีมและเซรั่มเหล่านั้นอาจมีส่วนผสมจากวิตามินซี กรดแอสคอร์บิก วิตามินอี ลิโคชาลโคน เป็นต้นค่ะ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดรอยต่างๆ จากสิวแล้ว ยังช่วยให้ผิวหน้าขาวสม่ำเสมอกันได้อีกด้วยค่ะ

  • ครีมกันแดด 

ครีมกันแดด เป็นอีกตัวหนึ่งที่ทุกคนไม่ควรพลาดเลยเชียวค่ะ เพราะแดดที่ร้อนจ้าก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดจุดด่างดำบนใบหน้าและทำให้ผิวไม่สม่ำเสมอกัน การทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านก็จะช่วยป้องกันผิวจากแสงแดด ทำให้ผิวกระจ่างใสเสมอกัน ไม่หมองคล้ำ ลดรอยดำ รอยแดดได้ค่ะ  

สำหรับวิธีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์สำหรับลบเลือนรอยแผลเป็นนั้น ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของเรา ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ มีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้วและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้  จำเป็นต้องพิจารณาสารเคมีบางชนิดในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ด้วย เพราะหากเข้าสู่ผิวแล้วอาจก่อให้เกิดอันตรายกับผิวได้

การรักษาโดยแพทย์

การรักษาโดยแพทย์เป็นวิธีที่ค่อนข้างรักษาหายได้เร็วกว่าวิธีอื่นๆ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งการรักษาโดยแพทย์มีหลากหลายวิธีมากตามความเหมาะสมของลักษณะแผลเป็นและลักษณะผิวแต่ละบุคคล  เช่น

  • การทำเลเซอร์ 

เป็นวิธีการสำหรับแพทย์ผิวหนังที่ใช้สำหรับการรักษารอยแผลเป็นจากสิว โดยการทำเลเซอร์จะช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกออกให้แผลเป็นดูเรียบเนียบขึ้น  และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาจากผิวชั้นกลางให้ผิวเรียบเนียนเสมอกัน นอกจากนี้เลเซอร์ยังเข้าไปทำปฏิกิริยากับเซลล์เม็ดสีเพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณผิวที่มีรอยดำ ทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วย

  • การฉีดสเตียรอยด์

เป็นวิธีที่แพทย์ผิวหนังใช้รักษาแผลเป็นแบบนูน โดยแพทย์จะฉีดสารคอร์ติโคสเตียรอยด์ อย่างเช่นไตรแอมซิโนโลน อีซีโตไนด์ (Triamcinolone Acetonide) เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณที่เป็นแผลเป็น จะช่วยรักษาแผลเป็นให้บางลงได้

  • การศัลยกรรมเพื่อรักษาหลุมสิว

จะใช้ในกรณีที่เป็นแผลเป็นที่มีลักษณะหลุมที่ลึกมากหรือเป็นแผลเป็นที่นูนมากจนทำให้ไม่สามารถรักษาได้โดยวิธีทั่วไป แพทย์จะทำการศัลยกรรมเพื่อรักษาหลุมสิวให้ดูตื้นลง โดยการตัดเลาะเอาเนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นแผลเป็นออกไปแล้วนำเนื้อเยื่อบริเวณอื่นมาใส่แทน

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นทางเลือกวิธีดูแลต่างๆ ซึ่งเราควรคำนึงถึงอยู่เสมอว่าความสวยต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยด้วย การใช้ปริมาณสารเคมี หรือใช้วิธีรักษาสิว สูตรธรรมชาติบางตัวที่มากเกินไปเพียงเพราะหวังว่าจะทำให้หายเร็วยิ่งขึ้นนั้นเป็นวิธีคิดที่ผิดและอาจทำให้เกิดอาการแพ้จนถึงขั้นเนื้อเยื่อผิวในบริเวณนั้นเสียหายหรือตายไปเลยก็ได้ 

ฉะนั้นเราควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและควรมีการทดลองใช้ก่อนว่าผิวของเราไม่แพ้สารเคมีหรือวัตถุดิบจากธรรมชาติตัวนั้นๆก่อนการใช้จริง

   

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *