ทำไมสาวไทยถึงอยากมี ผิวขาว?

ผิวขาว

ทำไมสาวไทยถึงอยากมี “ผิวขาว”?

เนื่องจากในปัจจุบัน คนในสังคมไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวไทยต่างให้ความสนใจเรื่องสุขภาพอนามัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกาย ระบบต่างๆ การดูแลรูปร่าง ตลอดจนการดูแลผิวพรรณ รวมทั้งยังสร้างให้เกิดค่านิยม “การมีผิวขาวเท่ากับมีผิวสวย”  ทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครีม โลชั่น อาหารเสริม ที่ผลิตออกมาแล้วนำเสนอในโฆษณาว่าช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใส มียอดขายพุ่งแรงติดต่อกันมาหลายปี

ปัจจัยหลักที่ทำให้สาวไทยส่วนใหญ่อยากมีผิวที่ขาว

นั่นก็คือ

1. ปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรม

ที่ถูกหล่อหลอมส่งต่อกันมานาน เกิดเป็นค่านิยมฝังลึกซึ่งอยู่ในสังคมไทยที่ทำให้เชื่อว่าผิวที่ขาวย่อมดีกว่าผิวคล้ำ และถูกส่งสารผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างผ่านสื่อ การถ่ายทอดบอกต่อความคิดความเชื่อ โดยรับข้อมูลว่า ถ้ามีผิวที่ขาวเท่ากับมีผิวสวย จะได้รับความนิยมชมชอบ และการยอมรับจากสังคม เป็นต้น

2. การรับรู้จากสื่อต่างๆ

ยังเคยมีงานวิจัยระบุว่า เมื่อผู้หญิงได้อ่านนิตยสารสำหรับผู้หญิงแล้วนั้น หลังจากที่อ่านจบ ผู้หญิงจำนวน 70-80% จะเกิดความรู้สึกว่า ตนเองด้อยหรือบกพร่องอะไรบางอย่าง และจะเกิดความคิดที่ว่าจะต้องไปซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือเครื่องสำอาง เพื่อลดความบกพร่องหรือความด้อยของตัวเอง จึงสะท้อนให้เห็นว่า  ค่านิยมการให้คุณค่ากับความงาม ถูกส่งต่อผ่านช่องทางสื่อต่างๆ และผู้หญิงก็รับมาอย่างไม่รู้ตัว

สิ่งที่สังคมบอกว่าสวยคือความขาว ส่งผ่านความเชื่อ ผ่านกลุ่มเพื่อนฝูง ผ่านการโฆษณา ผ่านสื่อ ผ่านพ่อแม่พี่น้องคนใกล้ชิดรอบตัว นั่นเองจึงเกิดเป็นค่านิยมอยากมีผิวที่ขาวของสาวไทย  ซึ่งค่านิยมเรื่องสีผิวในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบตะวันตกอาจจะมีค่านิยมที่ไม่เหมือนกัน บางประเทศอาจจะนิยมคนผิวสีแทน ดังนั้น เรื่องของสีผิวเป็นเรื่องของความชอบแต่ละบุคคลมากกว่า

3. สภาพอากาศ

อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญซึ่งส่งผลต่อค่านิยมด้านสีผิว ก็คือ เรื่องสภาพอากาศ สภาพสิ่งแวดล้อมของเมืองไทย เมื่อเมืองไทยเป็นเมืองร้อน มีแสงแดดเจิดจ้าตลอดทุกฤดูกาล  สีผิวของผู้คนก็มักจะถูกเชื่อมโยงกับอาชีพที่ต้องตากแดดทำงานจนผิวคล้ำ ซึ่งอาชีพส่วนใหญ่เหล่านี้เป็นอาชีพที่มใช้แรงงานและให้ค่าตอบแทนต่ำ คนไทยเลยมองว่าการที่มีสีผิวค่อนข้างขาวหมายถึงการมีฐานะดีร่ำรวยไปโดยปริยาย

อยากมีผิวขาว

 

ในขณะที่ปัจจุบันสังคมชาวตะวันตกกำลังตื่นตัวเรื่องของการเหยียดสีผิวและเชื้อชาติมากขึ้น  ก็กลายเป็นค่านิยมเกี่ยวกับสีผิวที่ตรงกันข้ามกับสาวไทยและสาวเอเชียโดยสิ้นเชิง ค่านิยมของชาวตะวันตกนี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจากสิ่งแวดล้อมเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่ภูมิภาคฝั่งตะวันตกมักจะมีสภาพแวดล้อม ภูมิอากาสหนาวเย็นตลอดเวลา สีผิวของผู้คนส่วนใหญ่จะขาวซีด  หากใครที่ร่ำรวยก็จะบินข้ามฟากโลกมาเขตร้อนเพื่อมานอนนอาบแดดให้ผิวเป็นสีแทน สีผิวคล้ำแทนนี่เองจึงเป็นสัญลักษณ์ของผิวสวยสุขภาพดีสำหรับชาวตะวันตก

เมื่อมองย้อนกลับมาที่ค่านิยมของคนส่วนใหญ่ในสังคมไทย หรือวัยรุ่นที่อยากมีผิวที่ขาว ทำให้คนหันมาสนใจเครื่องสำอาง หรือสกินแคร์บางตัว ซึ่งก่อเกิดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ขึ้นมา ทำให้เกิดการโฆษณา ตอกย้ำความเชื่อ ค่านิยมเรื่องสีผิวกว้างขึ้น เหมือนกับการย้ำคิดย้ำทำ โดยมีปัจจัยเชิงพาณิชย์และโฆษณาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพื่อส่งเสริมค่านิยมมากขึ้น ทำให้เกิดเป็นเทรนด์ของสังคมหรือเป็นแนวโน้มให้คนเชื่อตามๆ กันมา

ประกอบกับ ทัศนคติของผู้ชายไทยในปัจจุบันที่มีความนิยมชมชอบและความต้องการผู้หญิงผิวที่ขาวสวยมาเป็นคู่ครอง ยิ่งส่งเสริมตอกย้ำให้ผู้หญิงไทยอยากจะมีผิวขาวยิ่งขึ้นเพราะจะยิ่งทำให้ผู้ชายชอบ  ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน การสร้างความรัก ความรู้สึกดีให้แก่กัน เป็นสิ่งที่ทำให้การครองคู่กันยืนยาวไม่ใช่แค่เรื่องผิวขาว หรือรูปลักษณ์ภายนอก  

เมื่อทำความเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆ ที่นำไปสู่ค่านิยมชื่นชมผิวขาวกันแล้ว  เราจะเห็นได้ว่าค่านิยมเกี่ยวกับสีผิวต่างๆนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่สังคมอุปโลกน์กันเองทั้งสิ้น  ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าใครจะมีสีผิวขาวหรือสีผิวคล้ำ หรือสีผิวแทน ก็ไม่ควรถูกตัดสินหรือแบ่งชนชั้นวรรณะเพียงเพราะสีผิวทั้งนั้น เพราะสีผิวเป็นสิ่งที่คนเราเลือกไม่ได้  สีผิวไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกทุกสิ่งของเรา  และเราทุกคนก็ควรมีความภูมิใจในสีผิวของตนเอง ไม่ว่าจะเกิดมามีสีผิวแบบใด จะมีสีผิวขาวแบบสาวฝรั่ง หรือจะมีผิวสีเข้มผิวสีน้ำผึ้งแบบสาวไทย ก็ล้วนเป็นความงดงามในแบบฉบับของตนเองทั้งสิ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *