ผิวแห้ง และปัญหาผิวแห้ง…ดูแลอย่างไร?

ผิวแห้ง

คุณมี “ผิวแห้ง” รึเปล่า?

หลายๆ คนที่มีผิวแห้ง มักจะประสบปัญหาต่างๆ ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพภายนอกเท่านั้น แต่อาจจะทำให้ผิวเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ผิวลอกเป็นขุย ผิวแตก และมีอาการคัน โดยบางครั้งอาจจะเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติเป็นลักษณะผิวของแต่ละบุคคล บางครั้งอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วย เช่น สภาพอากาศ การอาบน้ำร้อนเกินไป และการสัมผัสสารเคมีบางชนิดยังสามารถทำให้ผิวของเราแห้งได้ด้วย ยังสามารถเป็นผลมาจากอาการเจ็บป่วยได้ด้วยเช่นกัน กรณีที่ผิวมีอาการแห้งเกิดจากสภาพปัจจัยแวดล้อมภายนอกเพียงแค่ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ก็ช่วยบรรเทาอาการแห้งกร้านให้หายไปได้

เกิดจากอะไร 

สาเหตุของการเกิดนั้น แบ่งออกได้เป็น 2 ปัจจัยหลัก  ได้แก่ ปัจจัยภายนอกร่างกาย และปัจจัยภายในร่างกาย

ปัจจัยภายนอก (External Cause) 

ส่วนใหญ่แล้วมาจากปัจจัยภายนอกร่างกาย ซึ่งมีข้อดีก็คือการแก้ปัญหาที่เกิดจากปัจจัยภายนอกสามารถดูแลได้ง่ายกว่า

ตัวอย่างปัจจัยภายนอก ได้แก่

  • สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม แสงแดด รังสียูวี
  • การดื่มน้ำไม่เพียงพอ อุณหภูมิ จะเกิดได้ง่ายในช่วงเวลาที่มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำ ความชื้นในอากาศน้อย ส่งผลทำให้เกิดผิวมีความแห้งได้  เช่น เวลาไปต่างประเทศอุณหภูมิติดลบ จะมีปัญหาผิวแตกแห้งง่าย หรือสาวๆ ที่นั่งทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศ นั่งอยู่ในห้องแอร์นานๆ  ก็ทำให้ผิวแตกได้เช่นกัน 
  • อีกทั้งการอาบน้ำด้วยน้ำร้อนจัด การใช้ผลิตภัณฑ์หรือสารทำความสะอาดผิวที่รุนแรงไปก็จะไปทำลายน้ำมันที่มีอยู่ตามธรรมชาติในชั้นผิว

ปัจจัยภายใน (Internal Cause)

ปัจจัยภายในร่างกาย ได้แก่ ฮอร์โมน กรรมพันธุ์  อายุ โรคประจำตัว สุขภาพ เช่น หากมีประวัติเป็นผื่นแพ้ผิวหนังตั้งแต่เด็ก หรือคนที่มีภาวะการทำงานของฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำกว่าปกติ หรือเป็นโรคเบาหวานก็มักจะพบว่ามีผิวแตกง่าย 

นอกจากนี้การกินยา ทายาบางชนิดก็มีผลได้เช่นกัน เช่น

  • การกินยารักษาสิว หรือยาที่ลดการเกิดสิวบางตัว
  • การขาดสารอาหารบางตัว เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี แร่ธาตุสังกะสี 

อาการ

ผิวจะมีลักษณะแห้งกร้าน มองเห็นร่องริ้วของผิว หากผิวมีความแห้งมากจะมีอาการคัน ตึง เกิดอาการระคายเคือง จับดูแล้วไม่เรียบเนียน หยาบกร้านและลอกเป็นขุย  อาจมีอาการแสบแดงเหมือนผิวหนังอักเสบได้

ดูแลอย่างไร

  1. พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น เช่น การล้างหน้าหรืออาบน้ำร้อนจัด การใช้สบู่หรือสารทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไป
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่หนาวจัด หรือร้อนจัดจนเกินไป
  3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางหรือสารที่อาจทำอันตรายต่อชั้นผิว
  4. ไม่ควรขัดผิวหน้าบ่อยจนเกินไป 
  5. ผิวแห้งเป็นผิวที่ต้องเติมความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ  โดยปกติเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวจะผลิตน้ำมันได้น้อยลง ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น จึงควรเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์เข้มข้น
  6. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเต็มเติมความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ  โดยการเลือกครีมที่ใช้ ควรเป็นครีมที่เน้นให้ความชุ่มชื้น ไม่ผสมน้ำหอมหรือสารเคมีที่อาจทำให้ผิวมีการระคายเคือง เช่น Paraben, Alcohol เป็นต้น
  7. การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่พอเหมาะก็จะช่วยบรรเทาปัญหาผิวแตกแห้งได้ด้วย
  8. บริโภคอาหารที่มีสารอาหารหลายชนิดซึ่งช่วยให้ผิวแข็งแรง  ยกตัวอย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี แร่ธาตุสังกะสี เป็นต้น

ผิวแห้งคัน

ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรดี

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับนั้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว เนื่องจากความชื้นในอากาศจะน้อยลง ผิวยิ่งต้องการความชุ่มชื้นมากขึ้น

ดังนั้นการเลือกใช้จึงควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื่น (Moisturizer) ให้ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ

  • เริ่มต้นจากการเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าก่อน
  • แล้วตามด้วยขั้นตอนของการล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว และช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวได้ยาวนาน
  • ควรจะหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นและการใช้สบู่ในการล้างหน้า เพราะจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำมันที่คอยทำหน้าที่เคลือบผิวตามธรรมชาติมากขึ้น 
  • หลังจากล้างผิวหน้าให้สะอาดหมดจดแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการบำรุงผิว โดยเราควรทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ออกแบบมาสำหรับผิวขาดความชุ่มชื้นเป็นประจำทุกครั้งหลังล้างหน้า และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่เป็นเนื้อครีม (creams) มากกว่าผลิตภัณฑ์รูปแบบเนื้อโลชั่น (lotions)

เนื่องจากเนื้อครีมจะมีความเป็นน้ำมัน และความเข้มข้นที่จะกักเก็บความชื้นให้ผิวได้มากกว่าเนื้อผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ

นอกจากนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ประกอบด้วยน้ำมันจากธรรมชาติ ก็จะช่วยทำให้ผิวที่แห้งกร้านรู้สึกผ่อนคลาย มีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ รวมทั้งการปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวีด้วยผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะสมก็เป็นเรื่องสำคัญที่ลืมไม่ได้

 

Q&A

คำถาม 1: เราสามารถป้องกันสภาวะผิวขาดความชุ่มชื้นได้อย่างไร

คำตอบ 1: เราสามารถป้องกันผิวของเราไม่ให้แห้งกร้านได้ โดยการหลีกเลี่ยงการล้างหน้าหรือการอาบน้ำด้วยน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นจะเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารกันเสีย  รวมถึงการหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีอากาศแห้งและเย็นเป็นเวลานาน  หรือถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ควรทาผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ   

คำถาม 2: ผิวแห้งกับผิวขาดน้ำ แตกต่างกันอย่างไร

คำตอบ 2: ผิวแห้งคือผิวที่มีชั้นใต้ผิวผลิตน้ำมันตามธรรมชาติออกมาหล่อเลี้ยงผิวน้อยเกินไป ทำให้ผิวมีอาการรแห้งแตก ระคายเคือง ลอกเป็นขุยขาวๆ และมีอาการคันร่วมด้วย   แต่ผิวขาดน้ำเป็นผิวที่ชั้นใต้ผิวไม่มีน้ำโอบอุ้มมากพอ หรือผิวไม่ชุ่มชื่นไม่อิ่มน้ำนั่นเอง

คำถาม 3: เคล็ดลับดูแลผิวแห้งมีอะไรบ้าง

คำตอบ 3:    

  1. ดื่มน้ำให้มากๆ วันละ 8 – 10 แก้ว เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน
  2. เลือกใช้สกินแคร์ประเภท Hydrating จะช่วย ช่วยเติมน้ำให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น
  3. การมาสก์หน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำ จะช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างล้ำลึก
  4. เลือกใช้สลีปปิ้งมาส์กแทนไนท์ครีม เพราะสลีปปิ้งมาส์กมีส่วนผสมของสารบำรุงที่เข้มข้นกว่าครีมธรรมดา สามารถช่วยฟื้นบำรุงผิวระหว่างที่เรานอนหลับได้

คำถาม 4: ปัญหาผิวแห้งมักเกิดขึ้นกับใครบ้าง

คำตอบ 4:    

  1. ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะมีโอกาสสูญเสียความชุ่มชื้นได้มากขึ้น
  2. ผู้ที่อยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน
  3. ผู้ที่ทำงานหรือมีกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องตากแดดเป็นเวลานาน
  4. ผู้ที่ขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี
  5. ผู้ที่กินยารักษาสิวบางชนิดก็มีผลทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นได้เช่นกัน

คำถาม 5: ปัญหาผิวแห้งมักเกิดกับเพศหญิงมากกว่าเพศชายจริงหรือไม่

คำตอบ 5: จากการศึกษาพบว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเท่าๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น ผิวก็มีแนวโน้มจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้มากขึ้นด้วยยิ่งผู้ที่ต้องเผชิญมลภาวะต่างๆ ในเมืองด้วยแล้วก็ยิ่งมีโอกาสทำให้ผิวมีความแห้งลงได้อีกด้วย 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *