เรื่องสิว! ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว! สิว คืออะไร?

สิว คืออะไร

สิว คืออะไร 

เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า สิว คืออะไร

สิว (Acne) เป็นปัญหาโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไขมันภายใต้ผิวหนัง โดยต่อมไขมันนี้จะผลิตน้ำมันออกมาตามธรรมชาติมากเกินไป จนทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนในผิว กลายเป็นตุ่มเล็กๆ สีขาวด้านใน และถ้าหากมีแบคทีเรียอยู่ในบริเวณนั้นมากเกินไปก็จะทำให้เกิดสิวเพิ่มจำนวนมากขึ้น และกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด โดยมากสิวมักเกิดขึ้นในบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัวส่วนบน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่อยู่อย่างหนาแน่น และปัญหาสิวนี้มักเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น ในผู้หญิงช่วงอายุ 14-17 ปี และในผู้ชายช่วงอายุ 16-19 ปี และสิวมักหายไปในช่วงอายุ 20-25 ปี แต่ในบางคนอาจเป็นๆ หายๆ เรื้อรังไปจนอายุ 40 ปี ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดสิว

สาเหตุการเกิดสิว

สิวเกิดจากเซลล์ผิวหนังบริเวณรูขุมขนมีการแบ่งตัวและหลุดลอกผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันและเกิดเป็นหัวสิว (Comedones) หรืออาจมีการอักเสบจากแบคทีเรียในต่อมไขมัน มักพบมากในผู้ที่มีผิวมันมาก สำหรับสาเหตุของการเกิดสิวนั้นมีหลากหลายสาเหตุที่ไม่เฉพาะเจาะจง

ซึ่งอาจเกิดได้จากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ เช่น ระดับฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน) มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากขึ้น
  • กรรมพันธุ์ หรือปัจจัยทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาก็มีส่วนทำให้เกิดสิวได้
  • การใช้ยาทาหรือยารับประทานบางชนิด อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติของรูขุมขนและเกิดปัญหาสิวได้
  • การใช้สกินแคร์และเครื่องสำอางแต่งหน้า ก็มีผลทำห้เกิดการระคายเคืองของผิวและเกิดสิวอุดตันได้ด้วย
  • สภาพผิวหน้าและความมันบนใบหน้าก็เป็นสาเหตุสำคัญในเกิดสิว  ถ้าผิวมันมากจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป จะทำให้สิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขน เกิดเป็นสิวได้ง่าย

เรื่องสิว

ประเภทของสิว

สิวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  1. สิวชนิดไม่อักเสบ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน เรียกว่า Comedones หรือเรียกอีกอย่างว่า สิวอุดตัน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามลักษณะของหัวสิว ได้แก่
    • สิวหัวปิด หรือ สิวหัวขาว
    • สิวหัวเปิด หรือ สิวหัวดำ
  1. สิวชนิดอักเสบ คือ สิวที่มีการอุดตันของรูขุมขน และพบลักษณะของการอักเสบร่วมด้วย ส่วนมากมักเกิดตามหลังสิวหัวปิดที่ไม่ได้รับการรักษา  ร่วมกับมีการติดเชื้อแบคทีเรียในบริเวณรูขุมขน

สิวชนิดอักเสบนี้แบ่งออกเป็น 4 ชนิด

ตามลักษณะของสิวที่พบ

  • Papule (ผื่นนูน) หมายถึง สิวที่มีลักษณะตุ่มนูน มีขนาดเล็ก และมีสีแดง
  • Pustule (ตุ่มหนอง) หมายถึง สิวที่มีลักษณะตุ่มหนอง ซึ่งแบ่งเป็น ชนิดตื้นและชนิดลึก
  • Nodule (ตุ่มใหญ่) หมายถึง สิวที่มีลักษณะเป็นก้อนสีแดงที่ขนาดใหญ่ขึ้น โดยอาจพบเป็นหลายหัวสิวที่อยู่ติดกัน
  • Cyst (สิวหัวช้าง) หมายถึง สิวที่มีลักษณะเป็นก้อนนูนแดงขนาดใหญ่ มีความอ่อนนุ่ม (ภายในอาจมีหนองปนเลือด)

 

 

แนวทางการรักษาสิว

วิธีการรักษาสิว

การรักษาสิวที่ดีนั้นประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

  1. การทำความเข้าใจต่อประเภทสิวนั้น สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นของสิว รวมไปถึงอาการ และวิธีปฏิบัติตัวระหว่างการรักษาสิว พฤติกรรมและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากสิวแต่ละประเภท มีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน
  2. การรักษาตามมาตรฐาน คือการรักษาที่ขึ้นกับความรุนแรงของสิและการอักเสบเป็นที่เกิดขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
    • สิวขั้นแรก จะมีอาการเล็กน้อย รักษาโดยพิจารณาใช้ยาทาเฉพาะที่ หรือเลือกใช้สกินแคร์ที่ออกแบบมาสำหรับผิวเป็นสิวง่ายก็สามารถช่วยได้
    • สิวปานกลาง จะมีอาการของสิวมากขึ้น รักษาโดยการใช้ยาทาร่วมกับยาฆ่าเชื้อแบบรับประทาน โดยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้ยา
    • สิวขั้นรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
  1. การรักษาสิวโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง ในกรณีที่เป็นสิวรุนแรงหรือสิวที่ไม่ตอบสนองต่อวิธีการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานตามข้อ2. ในระยะเวลา 2-3 เดือน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเด้านผิวหนังโดยเฉพาะ

สำหรับการดูแลรักษาสิวชนิดที่ไม่รุนแรงนั้น เราสามารถดูแลแบบง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง

  • เริ่มจากการดูแลรักษาความสะอาดของผิวพรรณอยู่เสมอ    
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิด Oil-free , Alcohol-free และเป็นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิว 
  • หลีกเลี่ยงการเช็ดถูหรือการนวดหน้าที่รุนแรงเกินไป 
  • ห้ามบีบหรือแกะสิวโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้สิวอักเสบลุกลามมากขึ้นได้ 
  • หากสิวมีอาการรุนแรงมากขึ้น ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยเฉพาะเพื่อทำการรักษาในขั้นต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *