เกี่ยวกับมอยเจอร์ไรเซอร์

เกี่ยวกับมอยเจอร์ไรเซอร์

ก่อนที่จะเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับมอยเจอร์ไรเซอร์ให้ดีกันก่อนค่ะ

เกี่ยวกับมอยเจอร์ไรเซอร์

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือที่เรียกติดปากว่ามอยส์เจอไรเซอร์ หรือครีมบำรุง ไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว แต่ยังช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และฟื้นฟูผิวหยาบกร้านให้เนียนนุ่ม ในปัจจุบันมีครีมบำรุงให้เลือกใช้หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้ออาจมีสี กลิ่น และสารบางชนิดแตกต่างกัน จึงควรเลือกใช้ครีมบำรุงที่ดีและเหมาะกับสภาพผิวของตัวเองด้วย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลผิวพรรณ

ความหมายของ ‘มอยเจอร์ไรเซอร์’

มอยส์เจอไรเซอร์ ทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยฟื้นฟูผิวแห้งกร้าน ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ปกป้องผิวจากสิ่งสกปรกภายนอก บรรเทาอาการผิวหนังอักเสบชนิดไม่รุนแรง ลดเลือนริ้วรอย ร่องตื้น และช่วยปรับสภาพผิวก่อนลงเครื่องสำอาง ดังนั้นการใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำจึงเป็นเคล็ดลับจัดการความร่วงโรยของผิวหน้าและทำให้เมคอัพติดทนและเรียบเนียนกับผิวยิ่งขึ้น

มอยส์เจอไรเซอร์ ที่ขายในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อ และมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • โลชั่นหรือน้ำนม

เนื้อบางเบา เกลี่ยได้ง่าย ไม่เหนอะหนะ ให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่น

  • ครีม

มีความเข้มข้นของสารบำรุงเพื่อดูแลผิวเป็นพิเศษ ควรเลือกชนิดที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว ไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ

  • สเปรย์

เหมาะสำหรับฉีดพ่นผิวเพื่อความสะดวกในการใช้ได้บ่อยครั้งระหว่างวัน และช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสในกรณีที่ผิวมีอาการอักเสบหรือติดเชื้อเช่นเป็นสิว มีผื่นแดงเป็นต้น

  • เอสเซนส์ หรือเซรั่ม

เหมาะกับผิวแห้งกร้าน หรือผิวที่ต้องการฟื้นฟูเป็นขั้นตอนพิเศษเนื่องจากผลิตภัณฑ์พวกนี้มีความเข้มข้นสูง เมื่อชโลมลงบนผิวจะทำให้รู้สึกนุ่ม ผิวกระจ่างใส แลดูเรียบเนียนขึ้นจนรู้สึกได้ทันที

การใช้เลือกใช้ครีมบำรุงผิวอย่างถูกวิธี

นอกจากการเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ ให้เหมาะกับสภาพผิวแล้ว ควรใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกวิธี เพื่อประสิทธิภาพในการบำรุงและปกป้องผิวที่ดีที่สุด ดังนี้

  • มอยส์เจอไรเซอร์ ชนิดไม่ต้องล้างออก

ให้ทาลงไปบนผิวเบาๆ ในทิศทางเดียวกับขน เพื่อป้องกันเนื้อครีมอุดตันรูขุมขน และสามารถทาซ้ำได้เมื่อรู้สึกว่าผิวขาดความชุ่มชื้น

  • มอยส์เจอไรเซอร์ ชนิดล้างออก

เช่น มาสก์ ให้ใช้ครีมลูบไล้ให้ทั่วผิวโดยไม่ควรใช้ครีมขณะผิวเปียก จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดและเช็ดเบาๆ จนแห้ง

 

ช่วงเวลาในการซ่อมแซมเซลล์ผิว

เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์ผิวก็ลดน้อยลง ระหว่างวันผิวต้องเผชิญกับมลภาวะต่างในสิ่งแวดล้อม เช่น แสงยูวี และ ฝุ่นควันต่างๆ จึงทำให้ช่วงกลางคืนเป็น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการซ่อมแซมเซลล์ผิว การใช้มอยส์เจอไรเซอร์ก่อนนอน จึงเป็นการช่วยลดเลือนริ้วรอย ช่วยเติมริ้วรอยที่ลึกให้ดูตื้นขึ้น ผิวดูกระชับขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ได้อีกด้วย การทามอยส์เจอไรเซอร์นั้นสามารถทาได้ไปถึงบริเวณลำคอเพื่อให้ลำคอของเรานั้นกระชับไปด้วย

สำหรับการฟื้นฟูแบบเร่งด่วนช่วงกลางคืน Sleeping Mask ถือเป็นทางเลือกสุดคุ้ม เพราะเห็นผลเร็วและประหยัดเวลาเนื่องจากมีส่วนผสมเข้มข้นมากเป็นพิเศษ ควรเลือก Mask ที่อยู่ในรูปแบบครีมข้นๆ แต่ซึมซาบเร็ว ใช้ทาทิ้งไว้ไม่ต้องล้างออก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวหน้าแบบเร่งด่วน และมักใช้ปริมาณค่อนข้างมากต่อการทาหน้า 1 ครั้ง ออกแบบมาเพื่อการใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือสามารถใช้ทาได้ทุกคืนโดยทาบางๆแทนมอยส์เจอไรเซอร์ได้เลย

ลำดับการทาผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

การทาผลิตภัณฑ์ที่ถูกลำดับขั้นตอน จะทำให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ที่สุด กฎพื้นฐานคือดูตามหน้าที่ของสกินแคร์ จากล้างทำความสะอาด บำรุง ไปถึงปกป้องผิว และยึดความเข้มข้นของเนื้อสัมผัสเป็นหลักโดยเริ่มจากเบาไปหนัก หรือจากของเหลวใสไปออยล์และครีม

ขั้นตอนที่ 1 : ทำความสะอาดผิวหน้า ด้วย 2 ขั้นตอนง่ายๆ ต่อไปนี้

1.1 Makeup Remover

เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วย Make up Remover ให้สะอาดทุกครั้ง ผลิตภัณฑ์กลุ่มเช็ดล้างทำความสะอาดเครื่องสำอาง เช่น Cleansing Milk, Cleansing Gel, Cleansing Water, และใช้ Make up Eyes & Lip Remover เช็ดทำความสะอาดผิวบริเวณตาและปากที่มีความบอบบางมากที่สุด

1.2 Cleanser

ล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกทั่วทั้งบริเวณใบหน้า ด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มทำความสะอาดในรูปแบบต่างๆเช่น Foam และ เจลล้างหน้า แต่ไม่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ pH สูง (พีเอช) มากเกินไป หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ล้างหน้าแล้ว ทำให้ความชุ่มชื่นที่ผิวหน้าหายไป

ขั้นตอนที่ 2 : ปรับสภาพผิวหลังล้างหน้าให้พร้อมบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม Toner

นิยมให้เช็ดด้วยสำลีทั่วใบหน้าเพื่อขจัดสิ่งตกค้างบริเวณรูขุมขน เพื่อความมั่นใจในความสะอาดและเตรียมผิวสู่ขั้นตอนการบำรุง

ขั้นตอนที่ 3 : บำรุงผิว

3.1 Essence

มีลักษณะบางเบาข้นกว่าน้ำเปล่าเล็กน้อย ซึมเข้าผิวได้ง่ายที่สุด โดยทั่วไปเน้นเรื่อง Moisturizer ให้ผิวมีความชุ่มชื่น

3.2 Serum

มีขนาดของโมเลกุลเล็กกว่าครีมบำรุงผิว ดังนั้นจึงควรทาก่อนครีมบำรุงผิว เพราะจะได้ซึมลงไปในผิวชั้นในสุดได้อย่างล้ำลึก

3.3 Moisturizer

เป็นตัวบำรุงที่มีเนื้อข้นที่สุด จึงควรทาเป็นลำดับสุดท้าย หากเป็นกลางวันก็ให้ใช้ Day Cream ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด ส่วนกลางคืนก็ให้ใช้ Night Cream แทน เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 : บำรุงผิวรอบดวงตา ด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มบำรุงผิวรอบดวงตา เช่น Eye Cream, Eye Serum

ขั้นตอนที่ 5 : บำรุงผิวเฉพาะจุด โดยเลือกใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับปัญหาผิว ดังนี้

5.1 Acne

ควรรักษาสิวก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่นๆ โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาสิว เช่น เจลแต้มสิว

5.2 Aging

สำหรับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอย ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Anti-Aging และผลิตภัณฑ์กลุ่ม Moisturizer เป็นพิเศษ

5.3 Dark Spot

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ ร่องรอยจากสิว ให้ใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มลดเลือนรอยดำ เช่น ยาทาแผลเป็น Dark spot cream เป็นต้น

ทางเลือกสำหรับผู้ที่เป็นสิว และมีริ้วรอย รวมทั้งรอยหมองคล้ำ จุดด่างดำคือการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงที่ครอบคลุมทุกปัญหาผิวดังที่กล่าวมา เพื่อลดความซับซ้อนในการใช้ รวมทั้งประหยัดเวลาและเงินได้อีกด้วย

ขั้นตอนที่ 6 : Sunscreen ครีมกันแดด

ควรปกป้องผิวของคุณด้วยผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง โดยคำนึงถึงชีวิตประจำวัน หากจะต้องพบเจอแสงแดดตลอดเวลาก็ให้เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA ที่สูงขึ้นเพื่อความมั่นใจในการปกป้องผิว

ผลข้างเคียง

การใช้มอยส์เจอไรเซอร์ หรือครีมบำรุงนั้นค่อนข้างปลอดภัยหากใช้อย่างถูกวิธีและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์เสมอ แต่ในบางครั้งอาจเกิดผลข้างเคียงบางประการ เช่น มีผื่นแดง ปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนัง รูขุมขนอุดตันหรือรูขุมขนอักเสบจนอาจก่อให้เกิดสิวตามมาได้ เป็นต้น ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวหลังจากใช้ ควรหยุดใช้ทันทีและรีบไปพบแพทย์

ข้อควรระวังในการใช้

เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงการเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ครีมบำรุง ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  1. ไม่ควรใช้ครีมบำรุงในปริมาณมากกว่าที่ฉลากกำหนด และควรลูบไล้บนผิวอย่างเบามือเพราะอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้
  2. ใช้ช้อนหรือไม้พายตักครีมออกจากกระปุกแทนการใช้มือ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกจากมือปนเปื้อนในเนื้อครีม
  3. ควรตรวจดูวันเดือนปีที่ผลิต และเมื่อเปิดใช้ผลิตภัณฑ์ ควรใช้ให้หมดภายใน 1 ปี 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *