แนวทางการใช้ คลีนซิ่ง และ คลีนเซอร์

คลีนซิ่ง

คลีนซิ่งและคลีนเซอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดผิวหน้าที่เราจำเป็นต้องใช้และต้องรู้แนวทางการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อให้การล้างหน้าของเราเป็นไปได้อย่างปลอดภัยและสะอาดหมดจดที่สุด แนวทางที่เราต้องรู้ก็จะมี คลีนซิ่งและคลีนเซอร์คืออะไร? ต่างกันอย่างไร? ใช้งานอย่างไร? คุณสมบัติที่ดีของทั้งสองตัวนี้มีอะไรบ้าง? และสารเคมีที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง

คลีนซิ่ง และ คลีนเซอร์ คืออะไร?

Cleansing

คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ลบล้างเครื่องสำอางและครีมกันแดดโดยเฉพาะ เนื่องจากในเครื่องสำอางมีส่วนผสมของเม็ดสี ซิลีโคน และสารกันแดด หากไม่ใช้ช่วยลบล้างให้ออกไปจากผิวหน้าก่อนก็จะทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนและเกิดเป็นสิว  แต่ใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวหน้าเลย ในคลีนเซอร์จะมีสารทำความสะอาดผิวเป็นส่วนประกอบ สารทำความสะอาดผิวส่วนใหญ่เมื่อเจอกับเม็ดสี ซิลีโคน และสารกันแดดจะทำให้เกิดเป็นของเหลวข้นเหนียว ซึ่งสามารถเข้าไปอุดตันในรูขุมขนได้ง่ายมาก จึงทำให้เกิดสิวขึ้นนั่นเอง

โทนเนอร์

Cleanser

คือ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าให้ปราศจากสิ่งสกปรกต่าง เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน โดยในคลีนเซอร์จะมีสารทำความสะอาดผิวหรือสารชำระล้างเป็นส่วนผสมหลัก โดยทั่วไปสารทำความสะอาดผิวจะมีหลายชนิด หลายประเภท เช่น ชนิดประจุลบ และ ไม่มีประจุ แต่จะมีหลักการทำงานคล้าย กันคือ สารทำความสะอาดผิวจะเข้าไปในรูขุมขนเพื่อดึงเอาสิ่งสกปรกออกมา ซึ่งสารทำความสะอาดผิวอาจจะมีบางตัวที่สร้างความระคายเคืองให้กับผิวได้ เช่น SLS ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดผิวประเภทประจุลบ จึงไม่เหมาะกับผิวหน้ามากนัก โดยเฉพาะผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย และเป็นสิวง่าย คำแนะนำคือ ควรเลือกใช้คลีนเซอร์ที่มีสารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุเป็นส่วนผสมจะดีกว่า เพราะสารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุจะอ่อนโยนต่อผิวและให้ความชุ่มชื้นมากกว่าสารทำความสะอาดชนิดประจุลบ

ต่างกันอย่างไร? และใช้งานอย่างไร?

ทั้ง 2 ตัวนี้ต่างก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดผิวด้วยกันทั้งสิ้น แต่ก็มีข้อแตกต่างกันและไม่สามารถใช้แทนกันได้  นั่นก็คือ

คลีนซิ่ง

  • ใช้ทำความสะอาดเครื่องสำอางและครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของเม็ดสี ซิลีโคน และสารกันแดดโดยเฉพาะ
  • มีสารที่ช่วยลบเครื่องสำอางหรือวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติลบล้างเครื่องสำอางได้เป็นส่วนผสมหลัก
  • ใช้ตอนผิวหน้ายังแห้งอยู่ คือใช้ก่อนที่จะใช้คลีนเซอร์ เพื่อลบเครื่องสำอางและครีมกันแดดออกจากใบหน้าก่อนที่จะล้างหน้าจริงด้วยคลีนเซอร์
  • มักจะใช้คู่กับสำลี โดยหยดลงบนสำลี แล้วใช้สำลีเช็ดคราบเครื่องสำอางให้ออกจนสะอาดหมดจด หรือหากเป็นคลีนซิ่งที่มีเนื้อข้นเหนียวก็จะใช้วิธีการนวดลงบนผิวหน้าอาจจะผสมน้ำลงบนผิวเล็กน้อยเพื่อให้การนวดง่ายขึ้น จากนั้นก็ใช้สำลีเช็ดออกจากผิว

ทำความสะอาดหน้า

คลีนเซอร์

  • ใช้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่าง ที่อยู่บนใบหน้าและรูขุมขน เช่น ฝุ่นควัน คราบเหงื่อไคล คราบความมันต่าง เป็นต้น ไม่แนะนำให้ใช้ทำความสะอาดเครื่องสำอางและครีมกันแดด เนื่องจากจะทำให้เกิดเป็นของเหลวหนืดข้นและเข้าไปอุดตันในรูขุมขนได้
  • มีสารทำความสะอาดผิวหรือสารชำระล้างเป็นส่วนประกอบหลัก
  • ใช้หลังจากที่ใช้คลีนซิ่งแล้ว หากไม่ได้แต่งหน้าและไม่ได้ใช้ครีมกันแดดก็สามารถล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ได้เลย
  • มักใช้คู่กับน้ำ ไม่แนะนำให้นวดคลีนเซอร์ลงไปเลยทั้งที่ผิวแห้ง เพราะอาจทำให้เกิดการอุดตันได้ ก่อนใช้คลีนเซอร์ควรชโลมน้ำลงบนผิวหน้าก่อนแล้วจึงนวดคลีนเซอร์ลงบนผิวตาม หากคลีนเซอร์มีความข้นเหนียวมากก็ให้ชโลมน้ำลงบนฝ่ามือแล้วถูคลีนเซอร์ที่ฝ่ามือก่อนใช้นวดบนผิวหน้า

คุณสมบัติของที่ดีต่อผิวมีอะไรบ้าง?

ทั้งคลีนซิ่งและคลีนเซอร์ที่ดีต่อผิวต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • ทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก กำจัดสิ่งสกปรกให้ออกไปจากรูขุมขนได้อย่างหมดจด
  • ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน เป็นต้น
  • ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน ไม่ทำให้เกิดสิว
  • ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง และไม่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น
  • มีความเหมาะสมกับสภาพผิวของผู้ใช้ เช่น ผิวมัน คลีนซิ่งและคลีนเซอร์ที่ดีกับผิวมันต้องไม่ทำให้ผิวมันกว่าเดิม สามารถควบคุมความมันได้ ให้ความชุ่มชื้นกับผิว และช่วยลดการเกิดสิว เป็นต้น

 

สารเคมีที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง

ทั้งในคลีนซิ่งและคลีนเซอร์มีสารที่เราควรเลี่ยงหลีก เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้เป็นอันตรายต่อผิวหน้า อาจทำให้เกิดสิว ผิวอักเสบ บวมแดง ริ้วรอย ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดความแห้งตึง และอาจทำให้เกิดปัญหาผิวอื่น ได้ สารเคมีที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่

  • แอลกอฮอล์
  • พาราเบน หรือ สารในกลุ่มวัตถุกันเสีย
  • น้ำหอม
  • สารกลุ่มซัลเฟต เช่น SLS, SLES 
  • สีสังเคราะห์

สารเคมีเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและนำไปสู่ปัญหาผิวอื่น ได้ ดังนั้นก่อนที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าอย่างคลีนซิ่งและคลีนเซอร์ควรอ่านฉลากและส่วนผสมในตัวผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อ และควรทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งานจริงที่หลังมือก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยกับผิวของเราจริง 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *