ความแตกต่างของ BRIGHTENING , LIGHTENING และ WHITENING

ผิวขาว

เกี่ยวกับ ผิวขาว หรือผิวกระจ่างใจ

ปัญหาผิวส่วนใหญ่ที่สาวไทยกังวลและทำให้ขาดความมั่นใจ คือเรื่องของผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมทั้งเรื่องของฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่คอยกวนใจ ทำให้ไม่กล้าเผยผิว ทำให้ต้องแต่งหน้า พึ่งพาเมคอัพที่ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างขึ้น อำพรางริ้วรอยไม่พึงประสงค์ต่างๆ แต่หลายคนยิ่งปกปิดยิ่งเกิดปัญหาตามมา

ดังนั้นเพื่อช่วยลดปัญหาที่จะยิ่งทำให้บานปลายไปกันใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่องป้องกันผิวด้วยครีมกันแดดเท่านั้น แต่สกินแคร์ผิวกระจ่างใสและช่วยดูแลแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับสีผิว จึงเป็นฮีโร่โปรดักส์ของหลายคน เพื่อคืนผิวขาว ผิวกระจ่างใส และความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง

ก่อนอื่นต้องทราบต้นเหตุก่อนว่าปัญหาความหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ จุดด่างดำทั้งหลายนั้นมีผลมาจาก เมลานิน (Melanin) หรือเม็ดสีผิวในร่างกายของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ด้วยสาเหตุที่หลากหลาย อาทิ 

  • อาหารการกิน
  • ความตึงเครียด
  • ไลฟ์สไตล์
  • ฮอร์โมน
  • ยา
  • หรือพันธุกรรม
  • รวมทั้งแสงแดด ตัวการสำคัญของการเกิดปัญหาผิวไม่พึงประสงค์ ล้วนมีส่วนทำให้เมลานินถูกกระตุ้น ร่างกายสร้างเมลานินขึ้นมาจำนวนมาก

แต่ทว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสูตรเพื่อฟื้นบำรุงในกลุ่มของการช่วยปรับสีผิวนั้นมีหลากหลายทีเดียว ทั้งขั้นตอนการใช้ ช่วงเวลา ดีไซน์ที่ทำออกมาเฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ เซรั่ม เอสเซ้นส์ ครีมกันแดด ครีมบำรุงรูปแบบสติ๊ก เดย์ครีม ไนท์ครีม เป็นต้น

เพื่อการนำไปใช้อย่างหลากหลาย ตามความเหมาะสมหรือผลลัพธ์แห่งความขาวกระจ่างใสสูงสุด สำหรับใครต้องการแก้ไขปัญหาผิวคล้ำเสียที่สะสมมานาน อาจต้องปรับเปลี่ยนการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน หรือ Skincare Routine เป็นสกินแคร์สูตรเพื่อปรับสีผิวทั้งหมด เป็นต้น ทั้งนี้แบ่งเป็น 3 ชนิดหลักด้วยกัน ได้แก่

#SkinBrightening

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในกลุ่ม Brightening เพื่อผิวที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนใหญ่จะมีความอ่อนโยนค่อนข้างสูง ด้วยส่วนผสมและนวัตกรรมต่างๆ เพื่อกลไกในการช่วยโทนอัพสีผิว หรือแก้ปัญหารอยต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งรอยดำ รอยแดง ฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น อันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งผู้ที่มีผิวขาวอยู่แล้ว หรือผู้ที่มีเฉดสีผิวอื่นๆ ทั้งขาว-เหลือง ผิวสีน้ำผึ้ง หรือผิวเข้มก็ตาม ที่ประสบปัญหาผิวจากสาเหตุและปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ หรือมีสีผิวไม่เรียบ ไม่สม่ำเสมอ โดยมี Active Ingredient หรือส่วนผสมออกกฤทธิ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการหลักๆ ได้แก่ AHA (Alpha Hydroxy Acid) หรือกรดผลไม้ ซึ่งได้มาจากการสกัดจากผลไม้ อาทิ กรดซีตริก จากมะนาว ส้ม หรือแอปเปิ้ล กรดแลกติก จากนมเปรี้ยว เป็นต้น

นอกจากจะช่วยเรื่องการชะลอวัยแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวพร้อมกระตุ้นการเกิดของเซลล์ผิวใหม่ที่กระจ่างใสขึ้น BHA (Beta Hydroxy Acid) หรือ Salicylic Acid เป็นกรดที่สังเคราะห์ขึ้นมา โดยจะคงทนมากกว่ากรดธรรมชาติอย่าง AHA ซึ่งมีกลไกทำงานเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาสิวได้อีกด้วย และ Vitamin C เป็น เนื่องจากในวิตามินซี มีส่วนประกอบและกรดจำนวนมาก อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอความเสื่อมของผิวได้ ช่วยดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ลดเลือนริ้วรอย ความหมองคล้ำ จุดด่างดำ นอกจากนี้อนุพันธุ์บางชนิดในวิตามินซีก็มีส่วนช่วยคืนความแข็งแรงให้ผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำหรือเสื่อมสภาพ ให้ผิวกลับมาดูกระจ่างใสอีกครั้ง ทั้งนี้อาจก่อการระคายเคืองให้ผิวได้เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับชนิด ปริมาณ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

 #SkinLightening

สกินแคร์ในกลุ่ม Lightening เป็นกลุ่มที่ต้องการให้ผิวดูขาวใสขึ้น ส่วนผสมส่วนใหญ่มาพร้อมกลไกการทำงานจะมุ่งไปที่เรื่องการยับยั้งการผลิตเมลานินต้นเหตุที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ ซึ่งในปัจจุบันแบรนด์สกินแคร์จำนวนมากได้คิดค้นและพัฒนา ทั้งส่วนผสมและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อกลไกการลดจำนวนเม็ดสีในชั้นผิวและยับยั้งการสร้างเมลานินลง ลดความหมองคล้ำ คืนผิวใสกลับมา

โดยแต่ละแบรนด์ต่างก็มีส่วนผสมที่มาพร้อมคุณสมบัติที่ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว ค่อยๆปรับสีผิวให้ดูขาวใสขึ้นที่หลากหลายมาก ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการเลือกใช้ ควรทำการศึกษาส่วนผสมให้ดี หากเป็นไปได้ควรเลือกส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก หรือส่วนผสมที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ว่าไม่เป็นอันตรายต่อผิว

#SkinWhitening

สกินแคร์กลุ่มนี้เรียกได้ว่าเป็นสกินแคร์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจาก Whitening หรือ สกินแคร์ที่หวังผลเรื่องการทำให้สีผิวจางลง หรือผิวดูขาวขึ้นนั้นเอง

ส่วนผสมหลักคือสาร ‘ไวท์เทนนิ่ง’ มาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อการปรับเปลี่ยนสีผิวให้ขาวขึ้น ถึงการออกฤทธิ์จะฟังดูว่าทำให้ผิวดูขาวขึ้น แต่รายงานการวิจัยทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่ระบุว่าสารออกฤทธิ์อย่าง Skin Whitening Agents ไม่ได้มีฤทธิ์ที่รวดเร็วรุนแรงเท่าไรนัก แต่ผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดจะถูกเพิ่มประสิทธิภาพด้วยส่วนผสมอื่นๆ ที่ช่วยให้ผิวดูขาวไวขึ้น เช่น

  • สารที่ช่วยให้ผิวชั้นบนลอก หรือ Peeling
  • สารที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมในชั้นผิวยาวนานขึ้น เพื่อการเห็นผลเร็วขึ้น

ทั้งนี้สารที่เร่งให้ผิวดูขาวเร็วขึ้น ที่ผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดนิยมมาก ทว่าเป็นอันตรายได้แก่ Hydroquinone หรือสารฟอกผิวให้ขาว เป็นส่วนผสมที่นิยมใส่ลงไปในสกินแคร์ประเภทเร่งผิวให่ขาวทั่วไปเนื่องจากคุณสมบัติของสารชนิดนี้ตรงเข้าไปลดเม็ดสีหรือเมลานินในชั้นผิว ซึ่งมีผลข้างเคียงค่อนข้างอันตราย ยิ่งหากมีปริมาณมาก (ในบางคนที่ต้องการผิวดูขาวไว) จะยิ่งทำร้ายผิว ความระคายเคือง อ่อนแอ แพ้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังไปทำลายองค์ประกอบของผิวได้ เช่น คอลลาเจน หรืออิลาสตินที่มีคุณสมบัติสร้างความยืดหยุ่นให้ผิว ยิ่งส่งผลให้ผิวอ่อนแอ ผิวบาง ไวต่อสิ่งเร้าทั้งหลาย เกิดริ้วรอยก่อนวัยง่ายยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อหยุดใช้อาจทำให้ผิวกลับไปเข้มเหมือนเดิม หรืออาจเข้มกว่าปกติ รวมทั้งสีผิวไม่สม่ำเสมอได้

สุดท้ายนี้ ผิวขาวใสหรือผิวกระจ่างใสก็ดี อันเป็นผิวในฝันของหลายคน ควรเริ่มตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน ไลฟ์สไตล์ต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการปกป้องผิวจากสาเหตุทำร้ายผิวหลัก ได้แก่ รังสียูวี และรังสีอื่นๆในแสงแดด ที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และเกิดปัญหาอื่นตามมา นอกจากนี้ควรบำรุงและถนอมผิวด้วยสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิวอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเกิดปัญหาควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ที่มีเทคโนโลยีและส่วนที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์เป็นอย่างดีแล้วว่าปลอดภัยต่อผิว มากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์เร่งผิวให้ขาว ให้ผลเร็วแต่ไม่ยั่งยืน เพราะมีส่วนผสมที่ทำร้ายผิวนั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *