ทำไมจึงต้องใช้ “ครีมบำรุงผิวหน้า”?

ครีมบำรุงผิวหน้า

การใช้ “ครีมบำรุงผิวหน้า” เหมือนเป็นการปกป้องผิวอย่างหนึ่ง

การฟื้นฟูผิวที่ร่วงโรยทำได้ยากกว่าการปกป้องผิว แต่คนส่วนใหญ่กลับมุ่งให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณมากกว่าการเลือกปกป้อง แม้แท้จริงแล้ว ผิวของเราถูกทำร้ายทุกวันจากมลภาวะต่างๆ แสงแดด ฝุ่นละออง อากาศร้อนหรือเย็นเกินไป การใช้ผลิตภัณฑ์ หรือครีมบำรุงผิวหน้าที่ไม่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งผิวของสาวๆ การล้างเมคอัพออกไม่หมดก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผิวที่คุณรักถูกทำร้ายทางอ้อมได้เช่นกัน

น้ำใต้ผิวทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น เมื่อผิวหนังมีความชุ่มชื้นเป็นปกติ ผิวหนังจะดูสวยงาม มีความเรียบ นุ่มเนียน ผิวที่ขาดน้ำและความชุ่มชื้นเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ผิวขาดน้ำและมีความชุ่มชื้นต่ำ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสุขภาพผิว แม้ในผิวมัน ส่งผลให้ผิวดูหยาบกร้าน แห้งเป็นขุย หมองคล้ำ ไม่มีน้ำมีนวล ทั้งยังทำให้การแต่งหน้าไม่ติดทน จนถึงปัญหาสำคัญอย่างริ้วรอย ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติในคนที่มีปัญหาผิวขาดน้ำ ตรงข้ามกับผิวชุ่มชื้นซึ่งจะดูอิ่มเอิบสดใสอ่อนวัยกว่า

ผิวไม่ฉ่ำเด้ง

ผิวมัน สามารถเป็นผิวขาดน้ำและขาดความชุ่มชื่นได้ 

  • ผิวขาดน้ำ (Dehydrated skin)  หรือ ผิวแห้งเทียม

หมายถึง ผิวที่มีน้ำใต้ผิวน้อย ในขณะที่การผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันยังอยู่ในระดับ ปกติหรือมากกว่าปกติ  ทำให้มีน้ำมันเคลือบผิวมาก แต่ผิวดูแห้ง ผิวสากกร้านแต่ผิวแลดูมันกว่าปกติและอาจเป็นสิวอุดตันเม็ดเล็กได้ง่ายมาก นอกจากนี้ยังพบได้บ่อยว่าผิวมีอาการเดี๋ยวแห้งเดี๋ยวมัน  หลังล้างหน้าใหม่ๆผิวแห้งตึงและกลับคืนมามันอย่างรวดเร็ว  

ผิวขาดน้ำ ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ความสวยงามของผิวภายนอกที่มองเห็นด้วยสายตาเท่านั้น แต่ส่งผลถึงผิวภายในด้วย ซึ่งอาจมากจนมีการอักเสบใต้ผิว นอกจากนั้นการขาดน้ำเป็นระยะเวลานาน ทำให้ปราการปกป้องผิว (skin barrier) อ่อนแอ เชื้อโรคและสารบางชนิดที่ผิวไม่อนุญาตให้ซึมผ่านได้แต่เดิม จะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการแพ้หรือเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

 

แม้ว่าผิวมันจะได้เปรียบผิวชนิดอื่นๆตรงที่ผิวมีน้ำมันเคลือบผิวมาก เนื่องจากต่อมไขมันมีจำนวนมากและมีขนาดใหญ่ น้ำมันที่มาเคลือบผิวมีประโยชน์ในการป้องกันการสูญเสียน้ำได้ผิว จึงทำให้ผิวมันมีโอกาสสูญเสียน้ำได้น้อยกว่าผิวประเภทอื่น แต่อย่างไรก็ตามผิวมันยังมีโอกาสเกิดปัญหาผิวขาดน้ำได้จากปัจจัยเหล่านี้

1. โรคบางชนิด

รวมทั้งการใช้ยาบางชนิดที่ส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนและต่อมไขมัน เช่น โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (atopic eczema) ทำให้เสียเสียความสามารถในการรักษาน้ำไว้ที่ผิวหนัง

2. อายุ

ผู้สูงอายุน้ำมันจากต่อมไขมันจะผลิตน้อยลงและไขมันระหว่างเซลล์จะลดลง ทำให้เสียน้ำออกจากผิวหนังได้ง่าย

3. ผิวเสียความสามารถในการรักษาน้ำให้คงอยู่ในผิวหนัง

มักพบในผู้ที่มีประวัติการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้เครื่องสกินแคร์ที่มีความเข้มข้นสูงและใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมทั้งการขัดหน้า ลอกหน้าอย่างรุนแรง

ผิวขาดความชุ่มชื้น

4. มีการทำลายของผิวหนังชั้นหนังกำพร้าจากสารเคมี

เช่น สารทำความสะอาดชนิดรุนแรง ชะล้างน้ำมันที่เคลือบบนผิวมากเกินไป  เป็นผลให้ผิวหนังสูญเสียน้ำออกสู่ภายนอกได้ง่ายขึ้น

5. สภาวะแวดล้อม

ในฤดูหนาว ความชื้นในบรรยากาศต่ำ การสูญเสียน้ำออกจากผิวหนังเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ผิวหนังอักเสบจากความแห้ง

6. พฤติกรรมและการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล 

ารเผชิญมลภาวะ ออกแดดประจำ สารเคมี ลม ความชื้นในบรรยากาศ มีอิทธิพลต่อการเสียน้ำออกจากผิวหนัง

ดังนั้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าผิวจะชุ่มชื่น สุขภาพผิวดี กระจ่างใสถึงขีดสุด เราจึงควรทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำหลังทำความสะอาดเพื่อให้ผิวคงความชุ่มชื้นพร้อมกับฟื้นบำรุงผิวจากสารบำรุงนาๆชนิดที่ผสานในผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องผิวตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้มีผิวที่สวย เนียนนุ่ม กระจ่างใสไร้สิว และริ้วรอยในอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *