ผิวหน้ามันอีกแล้ว! ปัญหาผิวมัน…ดูแลอย่างไร

ปัญหาผิวมัน

“ปัญหาผิวมัน”…ดูแลอย่างไร

       สำหรับผู้ที่มีปัญหากังวลเรื่องความมันส่วนเกินบนใบหน้า แต่ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ลองมาหลายวิธีแล้วแต่ผิวหน้าก็ยังมันเหมือนเดิม ยิ่งเจอสภาพอากาศในประเทศไทยที่ร้อนอบอ้าวขนาดนี้ ยิ่งง่ายมากที่จะทำให้ผิวหน้าของเรามันได้ตลอดเวลา ยิ่งแก้ก็เหมือนจะยิ่งเป็นหนักขึ้น ทำให้ยิ่งสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง

       เนื่องจากความมันบนใบหน้านี้ จะทำให้ความสกปรกต่างๆ เกาะติดบนใบหน้าได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละอองหรือมลภาวะต่างๆ ที่เราต้องเผชิญอยู่ในทุกๆ วัน ทำให้มีสิ่งอุดตันบนผิวหน้ามากขึ้น จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาอีกมากมาย  เช่น ทำให้รูขุมขนกว้าง ทำให้หน้าดูหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส ขาดความมั่นใจ ผิวหน้าไม่เรียบเนียน มีรอยด่างดำ เกิดปัญหาสิวประเภทต่างๆ ดังนั้นถ้าเรามีปัญหาผิวมัน ก็ต้องรู้จักวิธีการดูแลตัวเองให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตนด้วย

ปัญหาหน้ามัน

หน้ามันเกิดจากอะไร

         ผิวมันเป็นผิวที่มีลักษณะมันวาว จากการที่ต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตน้ำมันตามธรรมชาติออกมาหล่อเลี้ยงผิวในปริมาณที่มากจนเกินไป ทำให้ผิวดูหนา เป็นมันเยิ้มแวววาว ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้างจนสังเกตเห็นได้ชัดและมีแนวโน้มเป็นสิวอุดตันและสิวประเภทตอื่นๆ ได้ง่ายอีกด้วย  อย่างไรก็ตามผู้ที่มีผิวมันนั้นจะมีข้อได้เปรียบคือ ผิวมันมักจะไม่มีมีริ้วรอยจากความแห้งกร้าน เพราะมีความมันช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นบางส่วนในผิวเอาไว้ได้  ทำให้ผิวดูเด็ก อ่อนเยาว์ ผิวแก่ช้า และดูไม่โทรมง่ายเท่าผู้ที่มีผิวแห้ง

       สำหรับสาเหตุของผิวหน้ามันนั้น เกิดจากร่างกายของคนเราจะมีกลไกการผลิตน้ำมันบนผิวหน้าเพื่อควบคุมสภาพผิวไม่ให้แห้งจนเกินไป ซึ่งต่อมไขมันที่ช่วยผลิตน้ำมันนี้จะแทรกตัวอยู่ตามรูขุมขนใต้ชั้นผิว หากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาผิวหน้ามันมากกว่าปกตินั่นเอง  ซึ่งความผิดปกติมักเกิดจากปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้ 

  1. ลักษณะทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคลที่ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาบนผิวมากเกินไป
  2. สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ 
  3. ระดับฮอร์โมนเพศชายในร่างกายที่มีมากและเพิ่มสูงขึ้น (โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ที่มีฮอร์โมนเพศชายสูงไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำให้เกิดผิวหน้ามันและเกิดสิวผู้ใหญ่ขึ้นได้)
  4. การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและเครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง
  5. อารมณ์ ความเครียด ก็เป็นอีกหนึ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ต่อมไขมันผลิตไขมันสร้างความมันออกมามากกว่าปกติ
  6. พฤติกรรมการสัมผัสผิวหน้ามากเกินความจำเป็น
  7. พฤติกรรมการรับประทานอาหารประเภทของมัน ของทอดมากเกินไป
  8. พฤติกรรมการล้างหน้าบ่อยจนเกินไป
  9. การรับประทานยาบางชนิดก็มีส่วนทำให้ผิวหน้ามันมากขึ้นด้วย

สกินแคร์หน้ามัน

       จากสาเหตุของผิวหน้ามันข้างต้นที่กล่าวมานั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำไม่กระจ่างใส และเกิดปัญหาสิวตามมา ปัญหาสิวจึงเป็นปัญหาเด่นของผู้ที่มีผิวมัน  ดังนั้นควรเริ่มหมั่นดูแลผิวด้วยสกินแคร์สำหรับผิวมันโดยเฉพาะ และควรจะเริ่มต้นดูแลผิวมันง่ายๆ ดังต่อไปนี้

  1. เริ่มต้นจากวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาผิวมันที่เกิดขึ้นกับผิวของเรา (ฮอร์โมน สิ่งแวดล้อม อากาศ พันธุกรรม หรือ พฤติกรรม) เพราะการจัดการปัญหา ต้องเริ่มที่การหาต้นเหตุของปัญหานั้นเสียก่อน
  2. ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ เราจึงควรล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่เข้ามาอุดตันซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายในผู้ที่มีผิวมัน โดยแนะนำให้ล้างทำความสะอาดเพียง 2 เวลา (เช้า-เย็น) เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งเกินไปและยิ่งกระตุ้นให้เกิดการผลิตน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม
  3. พกแผ่นซับความมันติดตัวไว้ เพื่อซับเอาความมันส่วนเกินบนใบหน้าออกไปในระหว่างวันอย่างพอเหมาะ
  4. หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด โดยเฉพาะของทอดแลและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส ไอศกรีม ช็อกโกแลต ฯลฯ
  5. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะสัมผัสผิวหน้า ทั้งการพฤติกรรมชอบนำมือไปแตะหน้า และการทำผมบดบังใบหน้า ซึ่งอาจทำให้สิ่งสกปรกอุดตันจนเกิดสิวได้
  6. เลือกสกินแคร์บำรุงและปกป้องผิวที่เหมาะสม โดยเลือกประเภทเนื้อเบาไม่หนักผิว และไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เป็นสูตร Oil Free & Fragrance free หรือเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมันและผิวที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ
  7. เลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะสมในการแต่งหน้า เช่น การเลือกรองพื้น ควรเลือกรองพื้นเนื้อบางเบาหรือรองพื้นสูตรน้ำที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน น้ำหอมและแอลกอฮอล์  และควรเลือกเครื่องสำอางประเภทเมคอัพที่เป็นเนื้อแมตต์ จะได้ไม่ไปส่งเสริมให้หน้าของเราดูมันมากขึ้นกว่าเดิม

ผิวใส ไร้สิว

หน้ามันใช้ครีมอะไรดี

       หลายคนเชื่อว่าผิวมันไม่จำเป็นต้องใช้ครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมาก ผู้ที่มีผิวมันหลายคนเลือกที่จะข้ามขั้นตอนของการทามอยส์เจอไรเซอร์ออกไป เพราะคิดว่าอาจจะทำให้ผิวหน้ามันมากยิ่งกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ครีมมอยส์เจอไรเซอร์เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อผิวมัน เพราะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า ถึงแม้ว่าเราเป็นคนผิวมันก็ยังจำเป็นต้องใช้ เพราะความมันกับความชุ่มชื้นไม่เหมือนกัน ความมันที่ออกมาไม่ใช่ความชุ่มชื้นในผิว ต่อให้ผิวหน้ามันมากแค่ไหน ก็มีโอกาสเสี่ยงที่ผิวจะขาดความชุ่มชื้นได้

       โดยปกติแล้ว ผู้ที่มีผิวมันส่วนใหญ่จะมีความมันปกคลุมบนผิวหนังชั้นบนมากกว่าปกติ แต่จะขาดความชุ่มชื้นในผิวชั้นล่าง  การบำรุงผิวด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสำหรับผิวมันจึงเป็นการช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นลงลึกสู่ผิวชั้นล่าง ทำให้ผิวหน้าดูอิ่มน้ำ มีสุขภาพผิวดีและมีสัมผัสที่เนียนนุ่ม เพราะมีความชุ่มชื้นไปหล่อเลี้ยงนั่นเอง ปัจจุบันมีครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์มากมายหลายประเภทให้เลือกใช้ และมีประเภทที่เหมาะสำหรับคนผิวมันโดยเฉพาะ โดยมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวมันจะมีคุณสมบัติเด่นก็คือ เนื้อบางเบา ซึมซาบลงลึกสู่ผิวได้ง่าย ไม่ทิ้งความมันบนผิว ตัวผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน  ดังนั้นผู้ที่มีผิวมันจึงควรเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้  เพื่อที่จะได้เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเองและเกิดประสิทธิภาพในการบำรุงสูงสุด

Q&A

คำถาม 1: ผู้ที่มีผิวมันจำเป็นต้องล้างหน้าบ่อยๆ หรือไม่  

คำตอบ 1: ผู้ที่มีผิวมันไม่จำเป็นต้องล้างหน้าบ่อย ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็นก็เพียงพอแล้ว เพราะการล้างหน้าบ่อยๆ จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามาก

คำถาม 2: ผู้ที่มีผิวมัน จะมีอาการขาดน้ำในผิวได้หรือไม่

คำตอบ 2: สำหรับผู้ที่มีผิวมัน บางครั้งจะมีลักษณะรูปแบบของผิวที่มีความมัน แต่ขาดน้ำในผิวได้ด้วย ทำให้ไม่มีเกราะปกป้องผิวที่แข็งแรงพอและผิวขาดความชุ่มชื้น ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการใช้สกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่เหมาะกับผิวมัน ทำให้มีการดึงน้ำหรือน้ำมันออกจากผิวมากจนเกินไป หรืออาจมาจากการล้างหน้าบ่อยเกินไปหรือขัดถูผิวหน้าแรงๆ สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นการทำลายเกราะปกป้องผิว ทำให้ผิวขาดน้ำมากยิ่งขึ้น เมื่อผิวขาดน้ำ ร่างกายก็จะพยายามปรับตัวโดยการกระตุ้นการสร้างน้ำมันจากต่อมไขมันมากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้หน้าดูมันเยิ้มมากขึ้น  แต่เป็นความมันที่ผิวแห้งกร้าน ไม่เรียบเนียน ซึ่งผิวประเภทนี้อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย เกิดผดผื่นได้ง่าย

คำถาม 3: ผู้ที่มีผิวมันควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าอย่างไร

คำตอบ 3: ผู้ที่มีผิวมันควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่มีคุณสมบัติสำคัญคือปราศจากน้ำมัน (Oil-free) การปราศจากส่วนผสมของน้ำมันนี้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันที่ได้จากแร่ธาตุจากพืชหรือจากสัตว์ก็ตาม จะช่วยลดโอกาสของปัญหารูขุมขนอุดตันและการแพ้ระคายเคือง อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการควบคุมความมันบนใบหน้าอีกด้วย

ไม่ควรสครับผิว

คำถาม 4: ผู้ที่มีผิวมันควรใช้สครับขัดผิวหรือไม่

คำตอบ 4: กระบวนการการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพจะเกิดขึ้นทุกๆ 28-40 วันอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นก็เพื่อให้ผิวเราดูสดใสขึ้น เผยผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์กว่า กระจ่างใสกว่า แต่สำหรับผู้ที่มีผิวมันนั้นจะทำให้กระบวนการนี้เกิดช้ากว่าปกติ ประกอบกับผู้ที่มีผิวมันรูขุมขนกว้างก็ยังทำให้เกิดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วมากกว่าปกติ นั่นหมายความว่านอกจากจะผลัดเซลล์ผิวเก่าช้าแล้วยังเกิดเซลล์ผิวเก่าเยอะกว่าปกติด้วย ซึ่งเซลล์ผิวเก่านี่เองเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้เกิดสิวอุดตันต่อไป เพราะฉะนั้นและวิธีการขัดผิวด้วยสครับจึงมีความสำคัญมากสำหรับผู้ที่มีผิวมัน เพราะจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าเสื่อมสภาพนี้ออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สครับที่อ่อนโยนและเหมาะสมสำหรับผิวมันโดยเฉพาะด้วย

คำถาม 5: ขั้นตอนการดูแลผิวสำหรับผู้ที่มีผิวมันมีอย่างไรบ้าง

คำตอบ 5: ขั้นตอนการดูแลผิวที่ตอบโจทยสำหรับผู้ที่มีผิวมัน ได้แก่

  1. Makeup Remover เช็ดคราบเครื่องสำอางบนผิวให้สะอาดหมดจด
  2. Scrub ขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพออกด้วยการสครับผิว (สัปดาห์ละ 2 ครั้ง)
  3. Cleanser ล้างผิวหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรสำหรับผิวมัน
  4. Toner เช็ดผิวด้วยโทนเนอร์เพื่อเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นต่อไป
  5. Essence  ปลุกผิวด้วยเอสเซนส์เนื้อบางเบา ถือเป็นการบำรุงขั้นแรก
  6. Serum  บำรุงผิวด้วยเซรั่มเข้มข้น เป็นการเน้นดูแลปัญหาผิวมันแบบพิเศษ
  7. Moisturizer  เติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวชั้นล่าง
  8. Mask  การมาส์กผิวจะช่วยให้ผิวรู้สึกผ่อนคลาย และเป็นการเต็มความชุ่มชื่นให้ผิว
  9. Eye Cream   ถึงแม้ผิวหน้ามัน แต่ผิวรอบดวงตามักแห้ง จำเป็นต้องบำรุงด้วยอายครีม
  10. Sunscreen ปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับผิวมัน เนื้อบางเบาและไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *