สกินแคร์เพื่อ “ผิวกระจ่างใส” เลือกอย่างไรให้ถูกต้อง

ผิวกระจ่างใส

สกินแคร์เพื่อ “ผิวกระจ่างใส” เลือกอย่างไรดีนะ

ด้วยอาหารการกิน สิ่งแวดล้อม มลภาวะต่างๆ ทั้ง แสงแดด ฝุ่น ควัน รวมทั้งไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ อาจทำให้ละเลยการดูแลผิวไปบ้าง และปัญหาที่พบบ่อยอันเป็นผลพลอยได้ที่ไม่มีใครต้องการคือ ปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมทั้งการมาเยือนของฝ้า กระ จุดด่างดำที่ต่างก็บดบังและมาแทนที่ผิวที่เคยสดใส เรียบเนียน ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มลดลงเรื่อยๆ

แต่เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้วก็ต้องแก้ไข หรือจะเป็นการดีมากหากได้มีการป้องกันก่อนที่ปัญหาจะมาถึง เพราะไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตามการดูแลเป็นเรื่องง่ายกว่าการแก้ไขซ่อมแซม นอกจากนี้เมื่อแก้ไขได้แล้ว ก็ยังคงต้องดูแลถนอมผิวกันอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ปัญหาซ้ำเดิมกลับคืนมา และยังเป็นการล็อคผิวกระจ่างใส Bright Skin ผิวเปล่งปลั่งสุขภาพดี เป็นผิวในฝันที่ใครต่างก็ปรารถนา

การเลือกผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Brightening

เป็นการปักหมุดหมายของผิวที่ต้องการได้ชัดเจนแล้วว่า เราต้องการแก้ปัญหาในเรื่องใดเป็นพิเศษ เมื่อสิ่งกวนใจคือผิวหมองคล้ำ ไม่สม่ำเสมอ มีฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ เมื่อมีปัญหาจึงต้องการ และเพื่อให้ผลรวดเร็วที่สุด

การจัดสกินแคร์เป็นกลุ่มตามความต้องการจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน แบรนด์สกินแคร์ในท้องตลาดจำนวนมากได้จัดหมวดหมู่ปัญหาผิวไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งลงรายละเอียดไปถึงสภาพผิวที่เหมาะสมด้วย เช่น

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ Brightening สำหรับผิวมัน ผิวธรรมดา-ผิวแห้ง
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ Brightening สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย และทุกสภาพผิว

เป็นต้น

บางไลน์ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เช็ดเครื่องสำอาง ทำความสะอาดผิวหน้า ครีมกันแดด ไปจนครีมบำรุงทั้งหลาย การใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ในทุกขั้นตอนการดูแลและฟื้นบำรุง หรืออย่างน้อยก็ต้องมีสกินแคร์สักชิ้น ใน Skincare Routine ที่ตอบโจทย์ความต้องการฟื้นบำรุงเพื่อผิวกระจ่างใส เช่น เซรั่ม ครีมบำรุงผิว เป็นต้น

ดูแลผิวให้ขาวกระจ่างใส

ส่วนผสมคือสิ่งที่ควรคำนึง

เมื่อเราเจาะจงเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลปัญหาเฉพาะจุด อย่างการฟื้นบำรุงสู่ผิวกระจ่างใสแล้วนั้น ลำดับต่อมาคือการเลือกที่นวัตกรรม เทคโนโลยีการผลิต โดยทั่วไปนั้น แต่ละแบรนด์ก็จะมีเอกสิทธิ์เฉพาะของตนเอง เพื่อเพิ่มศักยภาพของผลิตภัณฑ์ ในส่วนถัดมาที่สามารถเลือกได้คือส่วนผสมหลักที่นำมาใช้ โดยส่วนใหญ่ก็จะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับชนิด วิธีการสกัด วัตถุดิบที่นำมาสกัด และส่วนประกอบอื่นๆ

สำหรับเรื่องส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยงนั้น ก่อนจะเข้าสู่ส่วนผสมหลักเพื่อประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงผิว มอบผลลัพธ์ผิวกระจ่างใส ในผลิตภัณฑ์ Brightening นั้น ก็ยังจำเป็นที่ดูว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นปราศจากสารเคมีหรือสารก่อการระคายเคืองที่ควรหลีกเลี่ยงไว้เพื่อป้องกันตั้งแต่แรกหรือไม่ แม้จะไม่ใช่ผิวบอบบางแพ้ง่าย แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน (สารกันเสีย) เหล่านี้เป็นสารที่นิยมใส่ในสกินแคร์ในปริมาณที่มากและน้อยแตกต่างกัน แม้ว่าไม่ใช่ทุกคนจะแพ้ แต่ก็อาจระคายเคืองได้หากมีปริมาณมากเกินไป

ส่วนผสมหลักที่ควรหลีกเลี่ยง

  • Hydroquinone บางคนรู้จักในนามสารฟอกผิวขาว

เป็นส่วนผสมที่นิยมใส่ลงไปในสกินแคร์ประเภทคืนผิวขาว หรือ Brightening ทั่วไปเนื่องจากคุณสมบัติของสารชนิดนี้ตรงเข้าไปลดเม็ดสีหรือเมลานินในชั้นผิว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สีผิวคล้ำขึ้นของแต่ละคน ยิ่งเม็ดสีเมลานินมากก็ยิ่งทำให้สีผิวเข้มขึ้น

โดยทั่วไปแล้วคนเอเชียมีแนวโน้มในการผลิตเม็ดสีค่อนข้างง่าย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่างๆ ที่กระตุ้นการผลิตเม็ดสีได้อีก เช่น ฮอร์โมน พันธุกรรม และแสงแดด ซึ่งเมื่อสารตัวนี้ทำให้เกิดการลดเม็ดสีผิวจึงขาวขึ้นอย่างรวดเร็วตามปริมาณที่ใส่ แต่ใต้ความขาวนั้นมีผลข้างเคียงที่อันตรายซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความระคายเคือง อ่อนแอ แพ้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังไปทำลายองค์ประกอบของผิวได้ เช่น คอลลาเจน หรืออิลาสติน ที่มีคุณสมบัติสร้างความยืดหยุ่นให้ผิว ยิ่งส่งผลให้ผิวอ่อนแอ เกิดริ้วรอยก่อยวัยง่ายยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อหยุดใช้อาจทำให้ผิวกลับไปเข้มเหมือนเดิม หรืออาจเข้มกว่าปกติ รวมทั้งสีผิวไม่สม่ำเสมอได้

เซรั่ม vs เอสเซนส์

ส่วนผสมหลักเพื่อผิวกระจ่างใสอย่างปลอดภัย

  • VitaminC

เป็นส่วนผสมหลักที่สำคัญและจัดว่าปลอดภัยสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใส ในวิตามินซี มีส่วนประกอบและกรดจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอความเสื่อมของผิวได้ ช่วยดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ลดเลือนริ้วรอย ความหมองคล้ำ จุดด่างดำ

นอกจากนี้อนุพันธุ์บางชนิดในวิตามินซีก็มีส่วนช่วยคืนความแข็งแรงให้ผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำหรือเสื่อมสภาพ ให้ผิวกลับมาดูกระจ่างใสอีกครั้ง

ทั้งนี้อาจก่อการระคายเคืองให้ผิวได้ เนื่องจากวิติมิน C มีคุณสมับติเป็นกรด ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ปริมาณวิตามิน C  กระบวนการสกัดและผลิต ซึ่งหากใครผิวบอบบางแพ้ง่ายอยู่แล้ว ควรเริ่มจากกการทดลองใช้ในปริมาณน้อยก่อน หรือเลือกใช้วิตามิน C สกัดจากธรรมชาติ

 

  • AHA หรือ Alpha Hydroxy Acid หรือกรดผลไม้

เป็นอีกส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งได้มาจากการสกัดจากผลไม้ชนิดต่างๆ อาทิ กรดซีตริก จากมะนาว ส้ม หรือแอปเปิ้ล กรดแลกติก จากนมเปรี้ยว เป็นต้น

นอกจากจะช่วยเรื่องการชะลอวัยแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวพร้อมกระตุ้นการเจริญ(แทนที่) ของเซลล์ผิวใหม่ที่กระจ่างใสขึ้น ทั้งนี้ผลข้างเคียงของ AHA ก็มีเช่นกัน ที่พบบ่อยได้แก่เรื่องของอาการคัน ระคายเคือง หรือแสบผิวได้ จึงควรเลือกปริมาณของ AHA ที่ไม่เข้มข้นมากเกินไป และไม่ควรใช้บ่อยเพราะอาจทำให้ผิวแห้งและบางได้ในที่สุด (หรือควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์)

  • Hydrating Ingredient

หรือส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น เป็นส่วนผสมที่จำเป็นต้องมี เพราะไม่ว่าอย่างไร จะดูแล ถนอม หรือฟื้นบำรุงผิวเพื่อผลลัพธ์ใดก็ตาม ปัจจัยสำคัญของทุกผลตภัณฑ์ที่จำเป็นลำดับต้นๆ คือการเติม หรือเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ในผิว เพราะน้ำคือสิ่งหล่อเลี้ยงสำคัญของทุกองค์ประกอบของเซลล์ผิวในร่างกาย ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น คืนสมดุลผิว ช่วยให้กลไกการทำงานของผิวเป็นปกติ ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยสร้างความแข็งแรง ปลอบประโลมผิวได้อย่างดี โดยเฉพาะการใช้ผลิตภัณฑ์ Brightening ที่อาจต้องสัมผัสหลายส่วนผสมที่อาจก่อการระคายเคืองได้

ซึ่งไม่ว่าอย่างไร แม้จะเลือกสกินแคร์ฟื้นบำรุงผิวเพื่อคืนความกระจ่างใส ในไลน์ Brightening Skincare แล้ว ก็ยังคงต้องให้ความสำคัญเรื่องการทำความสะอาดผิวล้ำลึกหมดจด และปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาผิวอื่นๆ ตามมา

นอกจากนี้เรื่องของอาหารการกินที่มีประโยชน์ การดื่มน้ำและการพักผ่อนที่เพียงพอ และไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดีจากภายในยังเป็นกฎเหล็กที่ไม่ควรละเลย เพื่อความกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอกควบคู่กัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *