7 ขั้นตอน! ขจัดความมันบนใบหน้า รับรองคุมมันตลอดวัน!

ขจัดความมันบนใบหน้า

ขจัดความมันบนใบหน้า ด้วยคลีนซิ่งและโฟมล้างหน้า

ระหว่างวันเรามักจะเจอกับความมันส่วนเกินบนใบหน้าสุดมันเยิ้ม จนบางครั้งก็ทำให้เราเสียเซลฟ์หรือเกิดความไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมาได้ แล้วเราจะสามารถกำจัดความมันส่วนเกินออกไปจากใบหน้าของเราได้อย่างไร? วันนี้แอดมินก็มี 7 ขั้นตอน ขจัดความมันบนใบหน้าด้วยคลีนซิ่งและโฟมล้างหน้า รับรองควบคุมความมันตลอดวัน มาฝากทุกคนกัน จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. ซับความมันออกก่อนด้วยกระดาษทิชชูสำหรับผิวหน้า

ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เราตื่นจากการนอนในตอนเช้าหรือช่วงเย็นที่เรากลับมาจากทำงาน ก็มักจะมีความมันส่วนเกินให้เราได้เห็นกันอยู่เป็นประจำ ก่อนล้างหน้าควรซับความมันส่วนเกินออกไปบ้าง เพื่อให้การล้างหน้าเป็นไปได้ง่ายและสะอาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราสามารถซับความมันส่วนเกินออกได้ง่าย โดยใช้ทิชชูสำหรับผิวหน้าหรือกระดาษซับความมันบนใบหน้าก็ได้ ความมันบนใบหน้าที่มากเกินไปก็จะถูกกำจัดออกบางส่วนในขั้นตอนนี้

2. เช็ดเครื่องสำอางและคราบความมันออกด้วยคลีนซิ่ง

หากเราต้องแต่งหน้า คลีนซิ่งเป็นสิ่งจำเป็นและไม่ควรมองข้ามเลย เนื่องจากในเครื่องสำอางและคราบความมันบางอย่างไม่อาจถูกกำจัดออกไปได้ด้วยการใช้โฟมล้างหน้าเพียงอย่างเดียว ทำให้ต้องใช้คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางและคราบความมันต่าง ออกไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันของสิ่งสกปรกจากเครื่องสำอางที่อาจตกค้างอยู่ในรูขุมขนจนทำให้เกิดสิวได้นั่นเอง

ทำความสะอาดหน้า

3. ชโลมผิวด้วยน้ำอุ่น

ขั้นตอนต่อมาเป็นขั้นตอนเริ่มเข้าสู่การล้างหน้าด้วยโฟม ซึ่งก่อนที่เราจะใช้เนื้อโฟมนวดลงบนในหน้า เราก็ต้องชโลมผิวให้เปียกด้วยน้ำก่อน เพื่อให้การล้างหน้าเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น โดยเราจะเริ่มชโลมผิวด้วยน้ำอุ่นก่อน เพราะน้ำอุ่นจะช่วยให้รูขุมขนของเราขยายตัวและเปิดกว้างมากขึ้น การเปิดรูขุมขนนี้จะช่วยให้การล้างหน้าเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถกำจัดสิ่งสกปรกต่าง ได้ลึกถึงในรูขุมขน และยังช่วยทำให้ผิวหน้าผ่อนคลายจากความเครียดด้วย เนื่องจากความร้อนจะทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นด้วยนั่นเอง 

4. ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า

ต่อมาเราก็ทำการล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้ากันเลย ซึ่งโฟมล้างหน้าที่เลือกใช้ก็ควรที่จะให้ความชุ่มชื้นกับผิวหรือช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่ควรเป็นโฟมล้างหน้าที่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงหรือสูญเสียความชุ่มชื้น เนื่องจากความชุ่มชื้นเป็นสิ่งสำคัญบนใบหน้ามาก ซึ่งเป็นกลไกการปกป้องผิวอย่างหนึ่ง หากผิวขาดความชุ่มชื้น ต่อมไขมันก็จะต้องเร่งการผลิตน้ำมันออกมาที่ผิวมาก เพื่อนำไปชดเชยความชุ่มชื้นที่เสียไป อีกทั้งการที่ผิวแห้งจนเกินไปอาจทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นหรือริ้วรอยก่อนวัยได้ ดังนั้นเราจึงต้องระวังในการเลือกใช้โฟม ควรใช้โฟมที่ไม่ทำให้เกิดการสูญเสียความชุ่มชื้น

5. ชโลมผิวด้วยน้ำเย็น

เมื่อเราล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องทำการปิดรูขุมขนด้วยน้ำเย็นอีกครั้งหนึ่ง เพราะในการล้างหน้าเราใช้น้ำอุ่นล้างเพื่อทำการเปิดรูขุมขนเอาไว้ การปิดรูขุมขนเป็นการปิดไม่ให้สิ่งสกปรกเข้ามาในรูขุมขนอีก และเป็นการกระชับรูขุมขน ทำให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลง ซึ่งเมื่อรูขุมขนมีขนาดเล็กลงแล้ว การผลิตน้ำมันของต่อมไขมันก็จะลดลงด้วย ในจุดนี้ก็จะช่วยควบคุมความมันได้เป็นอย่างดี

6. ซับผิวหน้าให้แห้ง

ข้อแนะนำสำหรับการซับผิวหน้าให้แห้งหลังล้างหน้าเสร็จแล้ว นั่นก็คือ ควรซับอย่างเบามือ ไม่ควรถูหรือเสียดสีผ้าขนหนูกับผิวหน้า และควรใช้ผ้าขนหนูที่มีความนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง สะอาด สามารถซับน้ำได้ดี เพื่อให้การสัมผัสกับผิวหน้าเป็นไปอย่างละมุนมากที่สุด เพราะหากเราใช้ผ้าขนหนูมาถูหรือเสียดสีกับผิวหน้าบ่อย ก็จะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยขึ้นได้ รวมถึงอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว และเกิดเป็นสิวได้อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว

7. ทามอยส์เจอไรเซอร์หลังล้างหน้าเสร็จทุกครั้ง

การทามอยส์เจอไรเซอร์หลังล้างหน้าเสร็จเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้ผิวหน้าคงความชุ่มชื้นเอาไว้ได้ ซึ่งเมื่อผิวมีความชุ่มชื้นอยู่แล้ว ต่อมไขมันก็จะผลิตน้ำมันออกมาน้อยลง ทำให้ความมันส่วนเกินต่าง ลดน้อยลงไปด้วย เนื่องจากผิวจะรู้ว่า บนผิวมีความชุ่มชื้นคอยปกป้องผิวอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไปกระตุ้นต่อมไขมันให้มีการผลิตน้ำมันออกมาบนใบหน้า เพื่อมาปกป้องผิวอีก ผิวหน้าของเราจึงมีความมันน้อยลง อีกทั้งยังมีความชุ่มชื้น นุ่มเด้ง เนียนใส เพิ่มเข้ามาอีกด้วย เพราะนอกจากมอยส์เจอไรเซอร์จะช่วยควบคุมความมันแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูผิว ลดความเครียดของผิว ลดริ้วรอย และชะลออายุผิวให้มีความอ่อนกว่าวัยอยู่เสมอด้วย

 

จบกันไปแล้วทั้ง 7 ขั้นตอน ง่ายมาก  ทุกคนสามารถเอาไปลองทำกันได้เลยนะคะ โดยทำตามขั้นตอนนี้ทั้งในการล้างหน้าตอนเช้าและเย็น ทำเป็นประจำทุกวัน (ในตอนเช้า หากไม่ได้แต่งหน้าหรือทาครีมกันแดด สามารถตัดขั้นตอนที่ 2. เช็ดเครื่องสำอางและคราบความมันออกด้วยคลีนซิ่ง ออกได้) ผิวหน้าของเราก็จะชินกับการที่ไม่ต้องผลิตน้ำมันออกมาเยอะ แล้วล่ะค่ะ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ผิวหน้าของเราใสกิ๊ก ไร้ความมันบนใบหน้าแล้วค่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *