6 วิธีง่ายๆ พิชิต “ผิวกระจ่างใส”

ผิวกระจ่างใส

6 วิธีง่ายๆ พิชิต “ผิวกระจ่างใส”

ใครๆ ก็ไม่อยากให้ผิวหน้าหมองคล้ำไม่สดใส เหมือนคนโดนของ เหมือนคนไม่ดูแลไม่รักตัวเอง และเชื่อว่าสาวๆ ส่วนใหญ่ต่างก็ปรารถนาจะมีผิวพรรณที่ดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส ดูมีออร่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจทำอะไรก็เฉิดฉายตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งการมีผิวขาวใสแบบ Brighter Skin ไม่ได้หมายความว่าต้องขาวขึ้น ขาวขึ้นไปอีก แต่เป็นเรื่องของผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้นกว่าเดิม บางคนที่ผิวสดใสอยู่แล้วก็ยิ่งกระจ่างใสขึ้น ส่วนใครที่มีปัญหาผิวต่างๆ ผิวหมองคล้ำ ผิวที่ถูกทำร้ายจากสภาพอากาศ ไม่ว่าจะแสงแดดหรืออากาศที่หนาวจัด ก็ทำให้ผิวไม่สดใสได้ทั้งนั้น รวมทั้งผิวซีดเซียวไม่มีน้ำมีนวลก็เป็นผิวที่ดูโทรม ต้องการการดูแลฟื้นบำรุงเร่งด่วน เพื่อให้ผิวกลับมากระจ่างใสหรือ Brighter Skin ได้

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าผิวกระจ่างใส หรือ Bright Skin เป็นผิวที่เปล่งปลั่ง เนียนนุ่ม มีความชุ่มชื้น กระจ่างใสจากภายใน ดูมีสุขภาพดี ไม่ใช่ผิวขาว White Skin ที่มองเห็นว่าขาว แต่ไม่มีน้ำมีนวล ไม่มีความเปล่งปลั่ง แค่เฉดสีที่ขาวเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นผิวสุขภาพดี ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าผิดว่าแค่ผิวขาวคือดีแล้ว และหนทางที่ทำให้ผิวขาวนั้นไม่ยากแถมง่ายอีกด้วย เพราะมีทางลัดจำนวนมากที่ทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลิตภัณฑ์ที่ว่าเหล่านั้น ไม่ว่าจะสกินแคร์ หรืออาหารเสริม ต่างก็มีส่วนผสมหลายอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งรวดเร็ว หรือสะสมเป็นเวลานาน หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์สูตรไวท์เทนนิ่งตามท้องตลาดที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยและอย.แล้วก็ตาม ก็อาจจะเป็นความขาวที่ชั่วคราว หรือเป็นความขาวที่เคลือบแค่ภายนอกเท่านั้น และก็ไม่ใช่ผิวที่กระจ่างใส Bright Skin แบบที่ต้องการอีกด้วย

ส่วนการดูแลถนอมผิวให้กลับมากระจ่างใส หรือกระจ่างใสมากขึ้นแบบ Brighter Skin ที่ทั้งสดใส และดูมีสุขภาพดี อาจจะเห็นผลช้ากว่า แต่ทว่าก็มีความยั่งยืนกว่า ซึ่งต้องอาศัยวินัยการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ร่วมด้วย เป็นการดูแลผิวบูรณาการทั้งภายในและภายนอกร่วมกัน เพื่อความกระจ่างใสและอ่อนเยาว์

1. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

ข้อแรกก็ดูเหมือนง่ายเลยใช่มั้ยคะ แต่ต้องถามตัวเองให้มั่นใจก่อนว่าในแต่ละวันดื่มน้ำสะอาดถึง 8 แก้วหรือเปล่า หากมากกว่านั้นได้ยิ่งดี เพราะน้ำคือสิ่งสำคัญในการหล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ในร่างกาย สร้างสมดุลภายใน ให้ผิวแข็งแรงเพราะมีน้ำหล่อเลี้ยงเพียงพอ สดใสสุขภาพดีจากภายใน หากดื่มน้ำไม่เพียงพอก็เหมือนยืนในฝั่งของผิวแห้งเสีย หมองคล้ำไปแล้วครึ่งหนึ่งนะ ซึ่งการดื่มน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งคุณหมอ และผู้เชียวชาญทางโภชนการต่างก็แนะนำในทิศทางเดียวกัน นั่นคืออย่าดื่มน้ำครั้งละมากๆ ทีเดียว แต่ให้ดื่มตลอดทั้งวัน อาจจะจิบครั้งละเล็กน้อย แต่เพิ่มความถี่ตลอดทั้งวัน อาจพกขวดน้ำไซส์พกพาไปไหนมาไหนด้วย วางขวดน้ำไว้ข้างโต๊ะทำงาน แล้วจิบครั้งละเล็กน้อย ตลอดทั้งวัน

ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพผิว

2. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายไม่ใช่แค่เพื่อรูปร่างสวยงาม สัดส่วนกระชับ แต่ทุกครั้งที่เราหายใจเข้า-ออก ไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบช้าๆ ตามลมหายใจ หรือ Cardio หนักหน่วง ต่างก็มีส่วนช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ยิ่งถ้าได้ออกกำลังกายในสวน นี่คือสูดอากาศสะอาดได้เต็มปอด ออกซิเจนในร่างกายเพิ่มขึ้น ก็มีผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เลือดลมดี ผิวพรรณก็เปล่งปลั่งสดใสตาม นอกจากนี้เมื่อเราออกกำลังกาย ร่างกายก็จะขับเหงื่ออกมาพร้อมกัน ของเสียจำนวนหนึ่งจะถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อ เมื่อร่างกายขับของเสียออกมาแล้ว ผิวพรรณก็สดใสตามมาเช่นกัน

3. รับประทานอาหารดีมีประโยชน์

ก็ยังคงอยู่ในเรื่องของปัจจัยภายใน ถ้าสารอาหารไม่ครบ 5 หมู่ อย่าว่าแต่ผิวพรรณไม่สวยเปล่งปลั่งดังใจหวังเท่านั้น ร่างกายก็ไม่แข็งแรงอีกด้วย ที่สำคัญเน้นเรื่องผัก และผลไม้ที่มีแต่ธาตุและวิตามินในปริมาณมากนะคะ หรือถ้าไม่รู้จะเลือกรับประทานอะไร ลองเริ่มจากการกินผักผลไม้หลากหลายสีสลับกัน เพื่อร่างกายจะได้รับสารอาหารครบถ้วน แถมยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ส่วนใครที่ไม่มั่นใจว่าในแต่ละวันจะสามารถรับประทานอาหารดีประโยชน์ครบถ้วนหรือไม่ รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น ร่างกายต้องการสารอาหาร เกลือแร่และวิตามินเพื่อการซ่อมแซมบำรุงร่างกายมากกว่าเมื่อก่อน การเลือกกินวิตามินหรืออาหารเสริม ก็เป็นอีกแนวทางในการดูแลทั้งสุขภาพและผิวพรรณที่เสริมอาหารการกินที่ดีได้

 

4. ล้างทำความสะอาดหน้าอย่างหมดจด

ปราการด่านแรกของปัจจัยภายนอกสู่ผิวกระจ่างใส ต่อให้คุณไม่แต่งหน้าเลย แต่การที่ต้องเผชิญมลภาวะต่างๆ ข้างนอก ทั้งเมคอัพ ฝุ่น ควัน อากาศที่มีสารแขวนลอยมากมาย หรือแม้แต่อยู่บ้านไม่ได้ไปไหน แต่สกินแคร์ที่ใช้ในแต่ละวัน แต่ละเลเยอร์ ก็ทำให้ผิวอุดตันได้ หากไม่ทำความสะอาดให้หมดจด อาจเกิดปัญหาสิว ผดตามมา และทำให้การซึมซับสกินแคร์บำรุงผิวไม่เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

สิ่งสำคัญคือควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวให้ตรงตามสภาพผิว เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การทำความสะอาด เช่นแต่งหน้าจัดหรือไม่ เมคอัพเป็นสูตร Water Proof หรือเปล่า และที่สำคัญอ่อนโยนต่อผิว ไม่มีส่วนผสมที่ก่อการระคายเคือง เพราะยิ่งจะทำให้ผิวแห้งตึง สร้างปัญหาใหม่ๆ แทนที่จะทำให้ผิวเรืองรอง Brighter Skin กว่าที่ผ่านมา

5. ครีมกันแดด คือ Skincare Routine

ที่ห้ามขาด ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสเท่านั้น และไม่ว่าจะออกจากบ้านหรือไม่ก็ตาม เพราะรังสี UV ในแสงแดดคือตัวการทำลายผิว สาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรืออาจทำให้ผิวไหม้ได้ในที่สุด ดังนั้น ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA เพื่อป้องกันทั้งรังสี UVA , UVB นอกจากนี้หากใครต้องทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บ่อยๆ ควรเลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าที่ทำร้ายผิวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องสูงสุด 

ครีมกันแดด ป้องกันกี่ชม.

6. สกินแคร์ในกลุ่ม Brightening คือตัวช่วยเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ควรเลือกให้เหมาะกับประเภทของผิว เพื่อป้องกันปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่นผิวบอบบางแพ้ง่าย ผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม หรืออย่างน้อยที่สุดเลือกสูตรที่อุดมด้วยคุณค่าการบำรุงผิวเพื่อความกระจ่างใส และอ่อนโยนต่อผิว ปราศจากสารก่อการระคายเคือง เพื่อป้องกันปัญหาที่ตามมา เท่านี้ผิวก็กระจ่างใสและยังมีสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *