หน้ามัน จัดการอย่างไร? 6 วิธีควบคุมความมันบนใบหน้า

AquaPlus Thailand

วิธีลดหน้ามัน จัดการอย่างไร?”

สำหรับผู้ที่มีผิวมันมักจะประสบปัญหาหลัก คือ ถ้าปล่อยให้ผิวหน้ามันเมื่อไหร่ จะทำให้สิ่งสกปรกก่อเกิดการอุดตัน และเกิดเป็นสิวตามมานั่นเอง เป็นสาเหตุที่ทำให้ “ปัญหาหน้ามันและปัญหาสิว” มักมาคู่กันเสมอ สังเกตได้จากคนรูขุมขนกว้างมักมีผิวมันและเป็นสิวได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่มีผิวมันจำเป็นต้องดูแลผิวอย่างพิถีพิถันและเอาใจใส่เป็นอย่างมาก สำหรับวิธีการดูแลรักษาและป้องกันผิวมันจะแตกต่างจากผิวประเภทอื่น ๆ ออกไป ส่วนปัญหาหน้ามัน จัดการอย่างไร นั้น เรามาดูกันเลยค่ะ

 

1. ไม่ควรล้างหน้าบ่อยครั้งจนเกินไป

เรื่องสำคัญที่มีผลต่อการเกิดผิวหน้ามันและปัญหาสิว คือ การล้างหน้าและการทำความสะอาดผิวหน้าเบื้องต้น เป็นการขจัดฝุ่นละออง มลภาวะ คราบเครื่องสำอาง เชื้อโรคแบคทีเรีย และความมันบนผิวหน้า ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงคิดว่า หากสามารถขจัดความมันบนใบหน้าออกไปได้หมดปัญหาผิวมันและปัญหาสิวจะดีขึ้นได้อย่างแน่นอนจึงหมั่นล้างหน้าวันละหลายๆครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้หน้ามัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ “ยิ่งล้าง หน้ายิ่งมัน ยิ่งล้าง สิวยิ่งขึ้น” เป็นเพราะว่าการล้างหน้าบ่อยจนเกินไปทำให้ผิวเสียสมดุล ขาดความชุ่มชื้น เมื่อผิวแห้งขาดความชุ่มชื้นต่อมไขมันจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาเพิ่มทดแทนความมันที่ขาดหายไปผิวหน้าจึงเกิดความมันมากยิ่งขึ้น มีโอกาสสูงที่รูขุมขนจะเกิดการอุดตัน และอาการระคายเคืองทำให้สิวที่เป็นอยู่ลุกลามมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การล้างหน้าที่ถูกต้อง คือ ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น และใช้น้ำในอุณหภูมิปกติ ไม่ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นล้างหน้า

 

วิธีลดหน้ามัน

 

2. วิธีลดหน้ามัน ด้วยการเลือกใช้โฟมล้างหน้าสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ

สำหรับผู้ที่มีผิวมันควรใส่ใจเรื่องการทำความสะอาดและการเลือกใช้โฟมล้างหน้าเป็นพิเศษ เพราะผิวมันมีโอกาสที่จะเกิดความสกปรกและเป็นสิวง่ายกว่าผิวหน้าประเภทอื่น เนื่องจากเมื่อผิวเกิดความมันจะทำให้ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกปลิวมาติดผิวและเกิดกการอุดตันได้ง่ายกว่าผิวแห้งหรือผิวผสม

การเลือกโฟมล้างหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะผิวแต่ละแบบต้องการการทำความสะอาดที่แตกต่างกันออกไป ผู้ที่มีผิวมันเหมาะกับผลิตภัณฑ์ประเภทสบู่หรือโฟมล้างหน้าเนื้อเจล โฟมเนื้อน้ำนมหรือเนื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความบางเบาไม่หนักผิว และหลีกเลี่ยงโฟมล้างหน้าเนื้อครีม หรือโฟมล้างหน้าที่มีเนื้อผลิตภัณฑ์เข้มข้น สิ่งสำคัญคือควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรก และสามารถขจัดความมันได้อย่างหมดจดโดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง นอกจากนี้โฟมล้างหน้าสำหรับผิวมันควรมีค่า PH เป็นกลางหรือค่อนไปทางกรดอ่อนๆ

 

AquaPlus Thailand

 

3. เลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับผู้ที่มีผิวมัน

ผู้ที่มีผิวมันไม่เหมาะกับการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ประเภทครีมเข้มข้น เพราะจะทำให้ผิวเกิดความมันมากขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดสิวอุดตันได้ค่อนข้างง่าย บางครั้งผู้ที่มีผิวมัน แต่ต้องทายารักษาสิวมักมีปัญหาผิวแห้งลอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการทามอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่ควรเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์สูตรที่ไม่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ (Oil-free) เพื่อช่วยลดการอักเสบของผิว และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

4. เลือกใช้เครื่องสำอางแต่งหน้า

การเลือกใช้เครื่องสำอางสำหรับผู้ที่มีผิว หน้ามัน ควรจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่มีส่วนประกอบของน้ำมัน น้ำหอมและแอลกอฮอล์ ในส่วนของการใช้รองพื้น ควรเลือกใช้รองพื้นสูตรน้ำและสูตรโลชั่นบางเบา เพราะสามารถควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดี ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน และสามารถกันน้ำกันเหงื่อได้อีกด้วย
  

ทาครีมกันแดดระหว่างวัน

 

5. เลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่มีผิวมัน

สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามันควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่จะกระตุ้นในเกิดผิวหน้ามันมากยิ่งขึ้น เช่น อาหารจำพวกของทอด อาหารไขมันสูง อาหารที่ทำจากนม น้ำตาล ของหวาน และแป้งสาลี เป็นต้น การบริโภคอาหารประเภทนี้ในปริมาณที่มากเกินไปจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ต่อมไขมันใต้ผิวของเราทำงานหนักมากขึ้น ผลิตน้ำมันออกมาตามผิวมากขึ้นกว่าเดิมก่อให้เกิดปัญหาสิวตามมา

 

6. ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิวมัน

การทาครีมกันแดดเป็นการช่วยดูแลผิวไม่ให้ถูกทำร้ายจากรังสียูวีในแสงแดด และช่วยลดการกระตุ้นการผลิตน้ำมันมากกว่าปกติทำให้ผิวหน้าเกิดความมันเพิ่ม ดังนั้นควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีเนื้อบางเบาและมีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมัน เป็นผลดีสำหรับผู้ที่มีผิวมัน

One thought on “หน้ามัน จัดการอย่างไร? 6 วิธีควบคุมความมันบนใบหน้า

  1. Devendra Singh says:

    Heart Blockage Natural Treatment – EECP Treatment

    This method combines medical (allopathic) treatment with training in Yoga, Meditation, and Stress Management. This combination can prevent coronary heart disease and reverse blockages in the blood vessels.

    SAAOL has had a very successful twenty-four-year period (1995 to 2021). It is a new concept that works in a diagonal opposite to the conventional practice of the past few decades. It was difficult at first to convince people it would work. We had to explain it for hours to potential participants. It was very easy to do it in government hospitals, but it was quite different in private settings. Things became more manageable over time. The good news about Saaol spreads through word-of-mouth.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น