สิวหัวช้าง: สาเหตุ วิธีดูแล และป้องกัน

สิวหัวช้าง

แม้จะเข้าสู่ช่วงท้ายปีของ ปี 2023 แล้ว เชื่อได้เลยว่าหลาย คนคงเคยมีประสบการณ์ที่ต้องพบเจอกับ ‘สิวหัวช้าง‘ กันมาบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นสิวที่เกิดขึ้นแล้วจะสามารถสร้างความ “เจ็บปวด” ระบมหน้ามาก แถมยังมีขนาดใหญ่เห็นได้อย่างชัดเจน จนบางครั้งเราไม่อยากออกจากบ้านกันเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นสิวที่เป็นตาการลดความมั่นใจชั้นดี ซึ่งปัญหาสิวเราสามารถป้องกันได้หากเรามีความเข้าใจ วันนี้ AquaPlus มีคำแนะนำดี มาฝากกันค่ะ ทั้งสาเหตุการเกิด การป้องกันไม่ให้เกิดและการดูแลรักษา  และวิธีการรักษาไม่ให้ทิ้งรอยแผลเป็น

 


 

ประเภทของสิว

 

 

สิวหัวช้าง คืออะไร

สิวหัวช้าง หรือว่า Acne Conglobata ( Nodulocystic acne บางท่านอาจจะเรียกว่า Severe Nodular acne )  สำหรับคนไทยมักจะเรียกกันว่า สิวหัวใหญ่ แม้แต่ ฝีหัวช้าง สิวหัวช้าง ไม่มีหัว โดยเป็นสิวอักเสบชนิดหนึ่ง โดยสิวหัวช้างในบางกรณีอาจจะเป็น สิวอุดตันประเภทหนึ่ง แต่เป็นประเภทที่มีความรุนแรงมากกว่า สิวอุดตัน ทั่วไปที่พบได้บ่อยกว่า แต่ในบางกรณีก็ไม่ใช่ มักจะมีลักษณะเป็นตุ่มบวมแดงขนาดใหญ่กว่าสิวชนิดอื่น โดยหากเราใช้นิ้วกดลงที่สิวจะรู้สึกว่าเป็นเม็ดไตแข็ง และเจ็บ ซึ่งอาจเป็นแบบมีหัวหรือไม่มีหัวก็ได้ ถ้าเป็นแบบมีหัวอาจพบหัวตั้งแต่ 1-3 หัวในสิวหนึ่งเม็ดเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าขอบเขตการเกิดอาจจะไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถคาดเดาได้ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็น จัดว่าเป็นสิวที่มีความรุนแรงมาก รักษายาก สร้างความเจ็บปวด และมักจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้เสมอ และหากมีการบีบเค้นหรือแกะเกาสิวให้แตกออกด้วยแล้วล่ะก็ จะยิ่งทำให้เกิดแผลเป็นขนาดใหญ่หรือหลุมลึกที่รักษายากบนผิวหน้าของเราอีกด้วย ถือว่าเป็นสิวที่ไม่อยากให้เกิดบนผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะค่ะ เห็นไหมว่าจากข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ สิวชนิดนี้ เราจะสามารถนึกภาพออกได้ทันทีเลยว่า สิวชนิดนี้เป็นที่ในหมู่คนรักผิวหน้า กลัวเกรงกันเป็นอย่างมาก เพราะหากดูแลไม่ดี ดูแลไม่ถูกต้อง มันจะทิ้งสิ่งที่จะหลอกหลอนเราไปตลอดนั่นก็คือ “รอยแผลเป็น” แค่นี้ก็ขนลุกกันเป็นแถวแล้ว โดยเริ่มแรกของการเกิดหัวช้างคือ จะขึ้นเป็นสิวเม็ดเล็กๆ คัน และกดแล้วจะรู้สึกเจ็บ ๆ ก่อน จากนั้นสิวนั้นจะเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ผิวหนังบริเวณเม็ดสิวก็มีอาการเจ็ดปวดบวมแดง 

 

หลายคนมักจะมีความเข้าใจแบบผิดๆ มองว่าสิวหัวช้างเป็น “ฝี” แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะอันเนื่องมาจาก สิวหัวช้าง มีขนาดใหญ่มีความคล้ายคลึงกับกับฝี แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฝี กับ สิว เป็นโรคคนละโรคกันเลย โดย ฝี เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่ได้เกิดจากรูขุมขนอุดตันเป็นหลักเหมือนกับสิวนั่นเอง

 

สิวหัวช้าง

 


สิวหัวช้างเกิดจากอะไร

สิวหัวช้าง มักจะมีหลากหลายสาเหตุ สิวหัวช้าง มักจะเกิดจากการอักเสบเป็นหลัก โดยต้นเหตุของ อาการอักเสบ มักจะเริ่มมาจากการเกิดการอุดตันของรูขุมขน เฉกเช่นเดียวกับสิวแบบอื่นๆ และวันนี้เราจะมาบอกต่อหนึ่งในหลายๆ สาเหตุของการเกิดสิวหัวช้าง 

ฮอร์โมน

ในวัยรุ่นมักจะเจอสิวประเภทนี้มากกว่าคนทุกวัย เพราะเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งในผู้ชายจะเป็นสิวได้ง่ายกว่า เพราะในผู้ชายจะมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) สูง ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายนั่นเอง ฮอร์โมนคือสารเคมีที่สร้างขึ้นในร่างกายโดยต่อมต่างๆ ซึ่งมีบทบาทในการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์และอวัยวะต่างๆ เพื่อควบคุมหลายๆ ฟังก์ชันภายในร่างกาย ฮอร์โมนมีหลากหลายชนิดและแต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะตัว และฮอร์โมนยังคงมีบทบาทสำคัญในการเกิดสิวหัวช้าง โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่าแอนโดรเจน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มการผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันในร่างกาย โดยที่แอนโดรเจน เป็นกลุ่มของฮอร์โมนเพศชายที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาลักษณะทางเพศและการทำงานของร่างกาย ซึ่งหนึ่งในฮอร์โมนแอนโดรเจนที่รู้จักกันดีคือเทสโทสเตอโรน และต่อไปนี้คือสาเหตุที่ ฮอร์โมนแอนโดรเจน เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวหัวช้าง

การอุดตัน

หากบนผิวหน้ามีความมันและเกิดการอุดตันมาก ก็จะทำให้เกิดสิวลักษณะนี้ได้ง่ายขึ้น เพราะน้ำมันบนใบหน้าจะทำให้ฝุ่นและแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวเกาะรวมกันและเข้าไปอุดตันในรูขุมขนจนทำให้ผิวอักเสบและเกิดสิว

ล้างหน้าไม่สะอาด

อีกหนึ่งปัจจัยหลัก ในการเกิดสิวประเภทนี้คือ การล้างหน้าไม่สะอาด หรือบางครั้งที่เรารู้สึกขี้เกียจและไม่อยากล้างหน้า นอนหลับไปโดยไม่ได้ทำความสะอาดหน้าเลย ก็จะทำให้เกิดการสะสมและอุดตันของสิ่งสกปรก ทำให้เกิดสิวตามมาได้ในภายหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีเป็นอย่างมาก แนะนำว่าก่อนที่จะนอนควรจะต้องล้างหน้า ทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ โฟมล้างหน้า ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา

ดื่มน้ำน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ

การดื่มน้ำน้อยเกินไปและพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น เพราะผิวจะขาดความชุ่มชื้น ทำให้มีการผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น จนก่อให้เกิดการอุดตันของสิว อีกทั้งความเครียดยังทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น มีน้ำมันออกมามากขึ้น จนทำให้เกิดสิวได้อีกด้วย

ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมากเกินไป

หนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิวหัวช้าง อาจจะเป็น การทำงานของต่อมไขมันที่ทำการผลิตไขมันออกมามากเกินความจำเป็น ซึ่งสารที่ผลิตก็คือเจ้า ซีบัม หรือ Sebum เป็นสารที่มีความมันซึ่งช่วยปกป้องและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว มันผสมกับโมเลกุลไขมันที่เรียกว่าลิพิด หรือ Lipids เพื่อสร้างชั้นเคลือบป้องกันบนผิวหนัง ต่อมไขมันผลิตไขมัน

 

 สิวหัวช้าง มีสาเหตุการเกิดจากมาการติดเชื้อใต้ผิวหนัง โดยมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะพัฒนามาจากสิวอุดตัน หรือไม่ใช่ก็ได้ทั้งสิ้น และเมื่อเกิดการติดเชื้อ เจ้าภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา จะมีการตอบตอบสนองกับเชื้อจนทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของร่างกายเราเอง เพื่อต่อสู้ และเมื่อเวลาผ่านไปจนทำให้สิวหัวช้างมีหนองอยู่ใต้ผิวหนังในที่สุดนั่นเอง

 


พฤติกรรมเสี่ยง ที่ทำให้เกิดสิวหัวช้าง

หลายคนมักไม่เคยสังเกตถึงพฤติกรรมตนเอง ที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสิวทุกชนิด ไม่ใช่เพียงแค่สิวหัวช้าง แม้คุณจะดูแลผิวหน้าด้วย Skin Care ที่ดีแค่ไหนก็ตาม หากคุณยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อไปนี้ บอกเลยสิวยังไงก็กลับมา

ใช้มือลูบหรือสัมผัสหน้าบ่อยๆ

หลายคนมักจะรักษาความสะอาดแทบเป็นแทบตาย แต่สุดท้ายเผลอใช้มือลูบหรือสัมผัสผิวหน้าตลอดทั้งวัน กลับกลายเป็นว่าที่ทำมาสูญเปล่าหมด กลายเป็นพาเชื้อโรคเข้าสู่ใบหน้าโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิวนั้นเอง

เหงื่อตัวการสำคัญ

สำหรับคนที่รักสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เกิดเหงื่อจากการออกกำลังกายมากมาย หากเป็นสิวหัวช้าง หรือสิวอุดตัน ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะเหงื่อที่ออกผสมกับความมันจากใบหน้าอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้ผิวเกิดการอุดตัน และเกิดสิวได้ในที่สุด

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวตนเอง

หลายคนที่ใช SkinCare มักจะดูแต่โฆษณา สรรพคุณ แต่ดันลืมดูว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้น เหมาะสมกับสภาพผิว หรือปัญหาผิวของตนเองหรือไม่ ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีส่วนผสมที่ไปกระตุ้นการอุดตันรูขุมขนหรือกระตุ้นการอักเสบบนผิวหนัง สิ่งสำคัญคือต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับประเภทผิวของคุณและเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน (non-comedogenic) เพื่อลดโอกาสในการเกิดสิว นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรงหรือส่วนผสมที่อาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง ซึ่งสามารถทำให้สภาพสิวแย่ลงได้

พักผ่อนไม่เพียงพอ

หนุ่มสาวยุคใหม่มักจะนอนดึกขึ้นมากเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะมาจากงานที่ต้องทำ หรือ กิจกรรมการพักผ่อนที่ต้องทำให้นอนดึก ไม่ว่าจะเป็น การนอนดูซีรี่ย์เกาหลี การออกไปสังสรรค์กับเพื่อน แต่การที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ก็เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้เช่นเดียวกัน

ความเครียด

ความเครียดไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพผิวได้อีกด้วย โดยที่ความเครียดสามารถเพิ่มระดับฮอร์โมน เช่น คอร์ติซอล ซึ่งส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น และอาจนำไปสู่การเกิดหรือการแย่ลงของสิวหัวช้าง

 


คำถามที่พบบ่อย

แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง คำถามที่หลายคนมักจะตั้งสำหรับปัญหา สิวหัวช้าง มีมากมายก่ายกอง หากจะนำมาเรียงกันให้ครบ มั่นใจเหลือเกินว่าหน้ากระดาษ A4 ก็คงจะไม่พอเป็นแน่ วันนี้เราจะคัดเอาเฉพาะคำถามที่หลายคนมักจะคิดเห็นไปในทางเดียวกัน

สิวหัวช้างกี่วันหาย

สิวหัวช้าง กี่วันหาย สำหรับการรักษาโดยวิธีธรรมชาติเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่สำหรับเจ้า สิวหัวช้าง บอกเลยว่า ต้องเหนื่อยหน่อย การป้องกันไม่ให้มันเกิดมายังง่ายดายยิ่งกว่า การดูแลรักษา หลายครั้งอาจจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ หรือมากกว่านั่น ในส่วนนี้มักจะขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ว่าเรามีการตอบสนองต่อสิ่งที่นำมาใช้ดูแล รักษา เสียมากกว่า แต่ต้องบอกเลยว่าสำหรับขั้นตอนที่ยาวนานที่สุด กลับไม่ใช่ขั้นตอนการรักษา สิวหัวช้าง แต่เป็นการดูแลรักษา ผลกระทบที่ตามมาหลังจาก สิวหัวช้าง จากเราไปแล้วนั่นเอง สำหรับปัญหาก็คือ “แผลเป็น” และ “หลุมสิว” รวมไปถึง “รอยแดง” ต้องบอกเลยว่าเจ้าวายร้ายในครั้งนี้มีพลังทำลายสูงมาก บริเวณที่จะต้องดูแลอย่างต่อเนื่องใหญ่กว่าสิวทั่วๆไปมากนัก บางคนต้องใช้เวลาดูแลมากกว่าหลายเดือน บางรายถึงกับใช้เวลาเป็นปี กวาาจะกลับมาสวยอีกครั้ง

 


สิวหัวช้างรักษายังไง

หลายคนมักจะต้องการค้นหาคำตอบว่าการดูแล และมักจะตั้งคำถามว่า สิวหัวช้างรักษายังไง? แน่นอนว่าการดูแล สิวหัวช้าง มีมากมายหลากหลายวิธี และหลายครั้งยังใช้หลากหลายวิธีการร่วมกัน เพื่อทำการดูแล รักษา สิวหัวช้าง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีมากที่สุด เหตุที่ต้องใช้หลากหลายวิธีเชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจเป็นอย่้างดี เพราะ สิวหัวช้างเป็นหนึ่งในสิวที่เป็นประเภทที่ร้ายแรงมากที่สุดชนิดหนึ่งเลยทีเดียว การเริ่มต้นดูแล รักษา ยิ่งเร็วจึงเป็นสิ่งที่สมควรมากที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือ ทำอย่างไร ไม่ให้ สิวหัวช้าง ทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนใบหน้าของเรา

ไม่บีบเค้น สิวหัวช้าง ให้แตกออก

เริ่มแรกเลยคือ กฏข้อห้ามที่สำคัญที่สุดก็คงจะไม่พ้น ห้ามบีบเค้น สิวหัวช้าง เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นแบบมีหัวหรือไม่มีหัวก็ตาม ควรรักษาแบบให้สิวแก่ตัว แตกเอง และยุบตัวลงอย่างช้า อย่างเป็นธรรมชาติ จนหายไปในที่สุดจะดีกว่า เพราะการบีบสิวในหนองแตกออกมานั้น จะทำให้เกิดแผลเป็นขนาดใหญ่หรืออาจเกิดหลุมสิวลึกก็ได้ ซึ่งจะทำการรักษายากกว่าการรักษาสิวเสียอีก มิเช่นนั้นท่านอาจจะต้องเสียเงินเพื่อรักษา แก้ไขปัญหาหลุมสิวที่จะตามมาอย่างแน่นอน

 

” ห้ามบีบเด็ดขาดเพราะสิวแบบนี้ไม่เหมือนสิวทั่วไปที่จะก่อตัวเป็นหัว การพยายามที่จะบีบหัวสิวช้าง สิวจะไม่ปล่อยหนองและอาจนำไปสู่การอักเสบต่อไป ก้อนหัวสิวอาจอยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือเดือนเนื่องจากเนื้อของมันแข็งตัวเป็นซีสต์ที่ลึกและยากที่จะเอาออก นอกจากนี้ยังทิ้งรอยแผลขนาดใหญ่ไว้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องดูแลอย่างถูกวิธีและระมัดระวังเป็นพิเศษ”

 

 

 

AquaPlus แบรนด์ที่เชี่ยวชาญสกินแคร์ดูแลผิวมัน

ล้างหน้าให้สะอาด วันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น

หนึ่งในวิธีการขั้นพื้นฐานเลยก็ว่าได้ โดยการล้างหน้าให้สะอาดจะทำให้ช่วยลดการอุดตันและลดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว การล้างหน้าที่ดีไม่ควรล้างบ่อยจนเกินไป ให้ล้างแค่วันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น ก็เพียงพอแล้ว เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวหน้าแห้งและขาดความชุ่มชื้น ตรงนี้จะทำให้ต่อมไขมันใต้รูขุมขนกระตุ้นการผลิตน้ำมันออกมาบนใบหน้ามากขึ้น และทำให้หน้ามัน จนเกิดการอุดตันในรูขุมขนมากขึ้นนั่นเอง โดยผลิตภัณฑ์ที่เราเลือกใช้จึงควรพิจารณาว่าเป็นโฟมล้างหน้าที่มีคุณสมบัติและสูตรเฉพาะกับคนที่มีปัญหาสิวหรือไม่ ?   เหตุผลก็เพราะว่าโฟมล้างหน้าประเภทดังกล่าวจะมีส่วนประกอบและเทคโนโลยีที่ตรงเข้าไปจัดการกับปัญหาสิวของเราได้อย่างถูกวิธีและตรงจุด

 


สิวหัวช้าง ทายาอะไร

สิวหัวช้างมักจะต้องใช้การรักษาที่รุนแรงกว่าการรักษาสิวทั่วไป เนื่องจากมันเป็นสภาพที่อักเสบและลึกกว่า ยาที่ใช้ทาสำหรับสิวหัวช้างมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการอักเสบ

เรตินอยด์

เรตินอยด์เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการรักษาสิวหัวช้าง เนื่องจากมีคุณสมบัติในการควบคุมการผลิตน้ำมันและช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังตาย ซึ่งลดการอุดตันในรูขุมขน

เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์

เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์เป็นหนึ่งในการรักษาที่ได้ผลดีสำหรับสิว เนื่องจากมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและช่วยลดการอักเสบ มักใช้ร่วมกับยาเรตินอยด์หรือยาปฏิชีวนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

สิวหัวช้างไม่มีหัว

มาถึงคำถามสำคัญ และหลายคนกำลังเฝ้ารอคำตอบ หลายคนมักจะมีความรู้สึกว่าอยากกำจัดเจ้า “สิวหัวช้าง” ให้ออกไปจากชีวิตโดยเร็วที่สุด จึงมักจะหาทุกวิธีทาง ไม่ว่าจะเป็นการพยายาม “บีบ” หาอะไรมาเจาะ เนื่องจากอย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่าสิวหัวช้างไม่มีหัว สิ่งเหล่านี้ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ปัญหาของคุณ “เลวร้าย” ลงอย่างต่อเนื่องอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไหนจะปัญหาหลุมสิวลึกที่ตามมาอีกก็จะเป็นปัญหาที่จะอยู่คู่กับผิวหน้าไปตลอดกาล ดังนั้นเราแนะนำว่าไม่ “ควร” บีบ หรือ เจาะสิวด้วยตนเองโดยเด็ดขาด ถ้าไม่อยากหน้าพัง!!

 

สรุป

สรุปได้ว่าวิธีการดูแลสิวหัวช้างเราแบ่งได้เป็นสองวิธีด้วยกันคือการรักษาและการป้องกัน โดยถ้าหากมีอาการอักเสบขั้นรุนแรงควรเลือกใช้ยาที่รักษาสิวเฉพาะทางเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราสามารถป้องกันการเกิดได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากสาเหตุของการสิวชนิดนี้นั้นเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับความสะอาดของผิวหน้า ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่จัดการและควบคุมการเกิดสิวโดยเฉพาะ จึงเป็นวิธีการลดรวมถึงแก้ปัญหาที่ถูกวิธีและตรงจุดมากที่สุด จะเห็นได้ว่าหากเราเข้าใจที่มาของและเข้าใจขั้นตอนในการป้องกัน/รักษาแล้ว ปัญหาที่รบกวนใจก็สามารถจัดการได้ไม่ยากอย่างที่เข้าใจ

 

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า