แอมพูล (Ampoule) คืออะไร ใช้ยังไง? สกินแคร์บูสต์ผิวสวยทันใจ อัพผิวใสเร่งด่วน

แอมพูล (Ampoule) คืออะไร สกินแคร์บูสต์ผิวสวยทันใจ อัพผิวใสเร่งด่วน

แอมพูล (Ampoule) คืออะไร?

แอมพูล (Ampoule) คำนี้มีต้นกำเนิดมาจากภาษาฝรั่งเศส เป็นสกินแคร์ประเภทหนึ่งที่มีความเข้มข้นสูง มีลักษณะคล้ายเซรั่มและเอสเซ้นส์ แต่ให้ผลลัพธ์การบำรุงผิวหน้าที่มีประสิทธิภาพมากกว่า จึงเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จัดอยู่ในลำดับขั้นตอนการดูแลผิวหน้าที่จำเป็นในปัจจุบัน  ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์แอมพูล (Ampoule) จะมีความคล้ายคลึงกับเซรั่มหรือเอสเซ้นส์ แต่ก็มีความเข้มข้นที่แตกต่าง ถ้าจะให้อธิบายถึงคำนิยามสั้น ๆ ของแอมพูล (Ampoule) ก็คงต้องขอกล่าวแบบง่าย ๆ ว่าเป็นเซรั่มบำรุงผิวที่อัดแน่นเต็มเปี่ยมไปด้วยส่วนผสมอาหารผิวที่เข้มข้นมากกว่าวิตามินบริสุทธิ์, สารต้านอนุมูลอิสระ, เปปไทด์ และเอนไซม์ ซึ่งเราสามารถใช้แอมพูลเป็นผลิตภัณฑ์บูสเตอร์ที่ใช้ในการกระตุ้นผิวที่เหนื่อยล้า หรือใช้บำรุงในช่วงที่ผิวของเราย่ำแย่ให้กลับมาสดใสได้อย่างรวดเร็วทันใจ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาผิว ที่ต้องการวิธีแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เช่น ผิวแห้ง, ผิวมีสิว, ผิวหมองคล้ำและผิวมีปัญหาจุดด่างดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ 

 

ประเภท แอมพูล

 

ประเภทของ แอมพูล (Ampoule)

ก่อนที่เราจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แอมพูล (Ampoule) บำรุงผิวหน้า เราควรสำรวจความต้องการและปัญหาผิวของตัวเองเสียก่อน เพื่อที่จะได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แอมพูลที่ตรงโจทย์และทำให้ผิวของเราดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเราสามารถแบ่งประเภทของแอมพูลตามสภาพผิวที่แตกต่างของแต่ละคน ดังนี้

  • แอมพูลสำหรับผิวมันและเป็นสิวง่าย : ผิวมันเป็นประเภทผิวที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ผิวมันคือผิวที่ผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามาก มีความมันเงาและเต็มไปด้วยสิวหัวดำและสิวเสี้ยน ดังนั้นเราควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่มีส่วนผสมช่วยลดความมันและช่วยลดขนาดของรูขุมขน ผลิตภัณฑ์แอมพูลที่ดีที่สุดที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหาผิวชนิดนี้คือ แอมพูลที่มีเนื้อบางเบา ช่วยควบคุมความมันได้อย่างดี ช่วยรักษาสิวและลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้อย่างสมบูรณ์ รวมทั้งมีคุณสมบัติของการต้านการอักเสบของผิวด้วย
  • แอมพูลสำหรับผิวแพ้ง่าย : ผิวแพ้ง่ายเป็นผิวประเภทที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสารพาราเบน เราควรเลือกผลิตภัณฑ์แอมพูลที่ให้ความชุ่มชื้นและปรับค่า pH ของผิวให้สมดุล มอบการบำรุงล้ำลึกทั้งความชุ่มชื่นและแก้ไขความแห้งกร้านของผิว  โดยที่ผลิตภัณฑ์แอมพูล Ampoule for Sensitive Skin ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง ควรมีส่วนผสมที่ได้รับการทดสอบแล้วว่าเป็นมิตรกับผิว ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ง่าย
  • แอมพูลสำหรับผิวแห้ง : ลักษณะเด่นของผู้ที่มีผิวแห้งคือผิวขาดความชุ่มชื้น, ผิวขาดความยืดหยุ่น และผิวขาดความกระชับ ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะยิ่งพบมากขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรเลือกแอมพูลสำหรับผิวแห้งที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย ผลิตภัณฑ์แอมพูลสำหรับผิวแห้งจึงเป็นแอมพูลที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอน หรือ ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งมีคุณสมบัตกักเก็บน้ำให้ผิวได้อย่างยาวนาน ทำให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มฟู ทำหน้าที่ลดริ้วรอยของผิวได้เป็นอย่างดี บอกลาผิวแห้งเสียไปได้เลย

 

แอมพูล

 

ประโยชน์ของ แอมพูล (Ampoule) ในการบำรุงผิว

แอมพูล (Ampoule) เป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์เข้มข้นสำหรับดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษ  แอมพูลถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาผิวพรรณโดยเฉพาะแบบเร่งด่วน บูสต์ผิวใสได้รวดเร็วทันใจ เพราะแอมพูลสามารถแทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวและทำหน้าที่ออกฤทธิ์เพื่อเสริมสุขภาพผิวให้ดีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าสกินแคร์ประเภทอื่นๆ เนื้อสัมผัสของแอมพูลจะมีความคล้ายคลึงกับเซรั่ม แต่มีความเข้มข้นสูงกว่า ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพมากกว่าและให้ผลลัพธ์กับผิวได้รวดเร็วกว่า  เมื่อแอมพูลมีประโยชน์ต่อผิวมากขนาดนี้ แล้วเราจะมีวิธีใช้แอมพูลอย่างไรให้เหมาะสมกับผิวของเรากัน เป็นคำถามที่น่าสนใจว่าเราควรทาแอมพูลตอนไหน ทาก่อนหรือทาหลังเซรั่ม หรือควรทาแอมพูลเดี่ยวๆ หรือทาแอมพูลคู่กับอะไรจึงจะได้ผลลัพธ์แห่งการบำรุงผิวที่ดีที่สุด 

 

วิธีใช้ แอมพูล (Ampoule) ดูแลผิวหน้า

วิธีการใช้แอมพูลมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับความกังวลปัญหาผิว เราสามารถใช้แอมพูลทาดูแลผิวเป็นผลิตภัณฑ์เดี่ยวๆ ก็ได้ หรือจะใช้ผสมกับครีมหรือเซรั่มที่เราใช้ทุกวันอยู่แล้วก็ได้เช่นเดียวกัน  ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแอมพูลแต่ละประเภท  เราแบ่งวิธีใช้แอมพูลง่ายๆ ได้ดังนี้

  • วิธีใช้แอมพูลแทนเซรั่ม เนื่องจากแอมพูลมีความเข้มข้นและมีสารอาหารบำรุงผิวที่มากกว่าเซรั่ม  บางคนจึงใช้แอมพูลแทนที่ขั้นตอนการทาเซรั่มในการดูแลผิวประจำวันเลย ตามขั้นตอนนี้

คลีนเซอร์ – โทนเนอร์ – น้ำตบ – แอมพูล – มอยเจอร์ไรเซอร์

 

  • วิธีใช้แอมพูลหลังเซรั่ม สำหรับใครที่ต้องการบูสต์ผิวหน้าใสขั้นสุด วิธีนี้คือวิธีที่เราแนะนำ เพราะผิวหน้าจะได้รับการบำรุงอย่างเต็มพิกัด เพราะทั้งแอมพูลและเซรั่มต่างทำหน้าที่ช่วยอัพผิวหน้าใสได้ เป็นขั้นตอนการดูแลผิวหน้าที่จำเป็นทั้งคู่  แต่มีข้อแนะนำสำหรับการใช้แอมพูลแต่ละสูตรก็คือ เมื่อเราใช้แอมพูลและเซรั่มคู่กัน ควรเลือกเซรั่มและแอมพูลสูตรที่บำรุงผิวต่างกัน เช่น หากเราทาเซรั่มสูตรผิวขาวกระจ่างใสแล้ว ควรเลือกใช้แอมพูลสูตรอื่น เช่น สูตรลดเลือนริ้วรอย หรือสูตรเติมเต็มความชุ่มชื่น  เพราะถ้าเราใช้สูตรผิวขาวกระจ่างใสเหมือนกัน ก็จะส่งผลให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย เราต้องรู้จักการเลือกสูตรแอมพูลให้เหมาะสมและเลือกใช้แอมพูลในปริมาณที่เหมาะสมอีกด้วย    สำหรับวิธีการนี้จะมีขั้นตอนดังนี้

คลีนเซอร์ – โทนเนอร์ – น้ำตบ – เซรั่ม – แอมพูล – มอยเจอร์ไรเซอร์

 

  • วิธีใช้แอมพูลผสมกับครีมทาหน้า วิธีการนี้ช่วยในการย่นระยะเวลาในขั้นตอนการดูแลผิวหน้าประจำวัน เหมาะกับช่วงเวลาเร่งรีบ แต่ก็ยังสามารถบำรุงผิวหน้าได้อย่างเข้มข้นครบถ้วน เพียงแค่หยดแอมพูล 2-3 หยด ผสมลงไปในครีมบำรุงที่ใช้ประจำวัน ทาบำรุงผิวหน้า ตามขั้นตอนนี้

คลีนเซอร์ – โทนเนอร์ – แอมพูล + มอยเจอร์ไรเซอร์

 

 

แอมพูล ใช้ยังไง

 

ลำดับการใช้ แอมพูล (Ampoule) บำรุงผิวหน้า

ขั้นตอนการใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์กับผิวหน้า เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญเช่นเดียวกับคุณสมบัติของสกินแคร์นั้น เราจำเป็นต้องเรียงลำดับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เพื่อทำให้ผิวหน้าของเรานั้นได้รับการปรนนิบัติอย่างดีที่สุด ในกรณีที่เราต้องการเพิ่มเติมการบำรุงผิวหน้าด้วยแอมพูลเข้าไปในกิจวัตรบำรุงผิว หรือ Beauty Routine ของเรา แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์เรียงลำดับ ดังนี้ 

  1. น้ำตบ เริ่มกันที่ผลิตภัณฑ์ตัวแรกก่อนเลย ซึ่งมีเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เบาบางที่สุด ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีที่สุด และไม่ทิ้งความมันบนชั้นผิว หลังจากที่เราทำความสะอาดผิวหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ให้เทน้ำตบลงบนฝ่ามือและใช้ปลายนิ้วตบเบาๆ ช่วยผลักการซึมซาบของน้ำตบให้เข้าไปสู่ผิวชั้นลึก และการตบผิวหน้าเบา ๆ ก็ยังเป็นการกระตุ้นทำให้เกิดไหลเวียนของโลหิตและทำให้ผิวหน้าความสดชื่นขึ้นมาอีกด้วย
  2. เซรั่ม เราสามารถทาเซรั่มให้กับใบหน้าของเราด้วยการแตะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้วหรือฝ่ามือ อย่าขัดถูหรือนวดวนบนผิวหน้ามากเกินไป วิธีทาให้หยดเซรั่ม ประมาณ 3-4 หยดลงบนฝ่ามือ แตะเซรั่มให้ทั่วใบหน้าและลำคอด้วยการแตะเบา ๆ เกลี่ยให้ทั่วใบหน้าโดยไม่ถูวนมากจนเกินไป รอประมาณ 2 – 3 นาทีเพื่อให้เซรั่มซึมซาบสู่ผิวของเราจนหมดก่อนที่จะลงบำรุงขั้นต่อไป
  3. แอมพูล สำหรับเนื้อสัมผัสของแอมพูล มักจะมีน้ำหนักเบา แต่ก็เข้มข้นกว่าเซรั่ม สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์บางตัวมีเนื้อเป็นน้ำ ผลิตภัณฑ์บางตัวมีความเป็นน้ำมัน  สำหรับวิธีการทาแอมพูลนี้เราจะต้องใช้แมพูลหยดลงบนใบหน้า หรือหยดลงบนฝ่ามือที่ก่อน 3 – 4 หยด แตะเกลี่ยให้ทั่วใบหน้า นวดเบาๆให้ทั่วใบหน้าและลำคอ นวดอย่างเบามือไม่แรงจนเกินไป
  4. ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์ คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายในการปิดผนึกผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ด้วยผลิตภัณฑ์ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์ทาหน้า ซึ่งจะช่วยล็อกผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ทาก่อนหน้านี้ทั้งหมด ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นและกักเก็บในชั้นผิวทำให้เกิดการบำรุงผิวหน้าที่สมบูรณ์ การทาครีมให้ทั่วใบหน้าเริ่มจากการแต้มครีมลงบนใบหน้าเป็นจุดเล็ก ๆ เน้นบริเวณที่มีปัญหา เช่น บริเวณหน้าผากหรือแก้ม เป็นต้น นวดครีมเป็นวงกลมขนาดเล็กให้ทั่วใบหน้า จนกระทั่งเนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างหมดจด

 

มาถึงตอนนี้ ทุกคนก็คงจะรู้จักแอมพูล สกินแคร์ตัวเด็ดบำรุงผิวหน้ากันมากขึ้นแล้ว หวังว่าประโยชน์ของผลิตภัณฑ์แอมพูล (Ampoule) ที่เรานำความรู้ดี ๆ มาฝากกันในวันนี้ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่ไม่พึงประสงค์ของเราที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ บูสต์ผิวให้เปลี่ยนไปกลับกลายมีผิวหน้าที่สดใสอย่างปลอดภัยในระยะเวลาอันสั้น และช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเราได้มากขึ้น 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *